คาเฟ่มัทฉะ

ในวงการเครื่องดื่มของกรุงเทพมหานคร หาก “กาแฟสเปเชียลตี้” คือราชันย์แห่งการปลุกความตื่นตัวในยามเช้า “มัทฉะสเปเชียลตี้” (Specialty Matcha) ก็เปรียบเสมือนราชินีที่คอยมอบความสงบและปลอบประโลมจิตใจในยามบ่าย วัฒนธรรมการดื่มชาเขียวมัทฉะในประเทศไทยได้ก้าวข้ามผ่านยุคของการเป็นเพียง “ชาเขียวนมใส่น้ำเชื่อม” รสชาติหวานเจี๊ยบ ไปสู่ยุคแห่งการดื่มด่ำใน “ศิลปะและปรัชญา” อย่างเต็มรูปแบบ ในปี 2026 นี้ เราได้เห็นการเติบโตของคาเฟ่มัทฉะที่ลงลึกถึงรายละเอียด (Artisan) มากขึ้น ผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจกับสายพันธุ์ของต้นชา (Cultivar) แหล่งปลูกชั้นเลิศจากญี่ปุ่นอย่างเกียวโต (Kyoto), อูจิ (Uji), ยาเมะ (Yame) หรือชิซูโอกะ (Shizuoka) ไปจนถึงกรรมวิธีการพรางแสงก่อนเก็บเกี่ยวเพื่อดึงรสชาติ “อูมามิ” (Umami) ออกมาให้ได้มากที่สุด

เสน่ห์ที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักการไปนั่งชิลที่คาเฟ่มัทฉะ ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติที่ซับซ้อน แต่คือ “สุนทรียภาพแห่งการรอคอย” การได้นั่งมองทีมาสเตอร์ (Tea Master) หรือบาริสต้าค่อยๆ ใช้แปรงชงชาไม้ไผ่ (Chasen) ตีผงมัทฉะสีเขียวมรกตลงในถ้วยชา (Chawan) อย่างเนิบช้าและเป็นจังหวะ ถือเป็นการทำสมาธิบำบัด (Zen Therapy) ที่ช่วยดึงเราให้อยู่กับปัจจุบัน และสลัดความวุ่นวายของชีวิตคนเมืองกรุงทิ้งไปชั่วขณะ

บทความนี้ได้ทำการลงพื้นที่เพื่อสำรวจ คัดกรอง และอัปเดตข้อมูลสถานะการเปิดให้บริการล่าสุดในปี 2026 เพื่อนำเสนอ 5 สุดยอดคาเฟ่มัทฉะ (Matcha Cafe) ในกรุงเทพมหานคร ที่ยืนหนึ่งเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ บรรยากาศร้านที่สวยงามถ่ายรูปปัง และรสชาติที่การันตีว่าสายชาเขียวตัวจริงจะต้องหลงรัก เตรียมเปิดรับสัมผัสแห่งความหอมละมุน แล้วตามเราไปเช็คอินกันได้เลยครับ!


คาเฟ่มัทฉะ

1. MTCH (มัทฉะ)

นิยามของร้าน: ความมินิมอลร่วมสมัย ผสานกับมัทฉะสเปเชียลตี้ที่ย่อยง่ายและเข้าถึงได้ทุกคน

หากพูดถึงคาเฟ่มัทฉะที่เป็นผู้จุดกระแส (Trendsetter) และทำให้คนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ หันมาสนใจการดื่มมัทฉะแบบสเปเชียลตี้อย่างจริงจัง ชื่อของ MTCH (อ่านว่า มัท-ฉะ) คือแบรนด์แรกๆ ที่ทุกคนต้องนึกถึง จากจุดเริ่มต้นในซอยอารีย์ จนปัจจุบันได้ขยายสาขาไปในย่านสุขุมวิท MTCH โดดเด่นด้วยการออกแบบร้านสไตล์ “Modern Minimalist” ที่ฉีกภาพจำของร้านชาญี่ปุ่นแบบโบราณทิ้งไปจนหมดสิ้น ทางร้านเน้นการใช้โทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับสเตนเลสสตีลสีเงินเงางาม และกระจกใสที่รับแสงธรรมชาติ ให้ความรู้สึกถึงความล้ำสมัย สะอาด และเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

เจาะลึกมู้ดร้านและมุมถ่ายรูปไฮไลต์:

บรรยากาศภายในร้านมีความโปร่ง โล่ง สบายตา มุมถ่ายรูปยอดฮิตคือบริเวณหน้าบาร์สเตนเลสที่ยาวเหยียด ซึ่งคุณสามารถยืนดูบาริสต้าตีมัทฉะกันแบบสดๆ (Live Station) ด้วยเครื่องตีมัทฉะอัตโนมัติผสมผสานกับการตีด้วยมือ การแต่งกายมาถ่ายรูปที่นี่ แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าสไตล์สตรีทมินิมอล โทนสีขาว ดำ หรือสีเทา จะทำให้รูปถ่ายดูคูลและแมตช์กับร้านได้อย่างลงตัวสุดๆ

เมนูไฮไลต์ (Contemporary Matcha Creations):

MTCH มีความโดดเด่นในการทำตารางจำแนกเกรดและสายพันธุ์มัทฉะด้วย “ตัวเลข” และ “ชื่อเมือง” อย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้ามือใหม่สามารถเลือกความเข้มข้นและความฝาดที่ตัวเองรับได้

📍 พิกัด: สาขาหลักอารีย์ (ซอยพหลโยธิน 5) และสาขาสุขุมวิท 23 (แนะนำให้เช็คพิกัดสาขาที่สะดวกที่สุดผ่าน Google Maps)

เวลาเปิด-ปิด: เปิดบริการทุกวัน เวลา 09:00 – 18:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)


คาเฟ่มัทฉะ

2. Peace Oriental Teahouse (พีซ โอเรียนทอล ทีเฮาส์)

นิยามของร้าน: ปรัชญาแห่งตะวันออก ความประณีตแบบ Purist ที่เคารพในรสชาติที่แท้จริงของใบชา

หากคุณคือสายดาร์กที่หลงใหลในความดั้งเดิม ความพิถีพิถัน และต้องการดื่มด่ำกับ “ชา” ในระดับปรมาจารย์ Peace Oriental Teahouse คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary) ที่คุณต้องมาเยือนให้ได้ คาเฟ่มัทฉะ แห่งนี้ก่อตั้งด้วยแพสชันอันแรงกล้าที่จะนำเสนอวิถีการชงชาตะวันออกแบบ Purist หรือการรักษารสชาติบริสุทธิ์ของชาไว้ให้ได้มากที่สุด ในปี 2026 ทางแบรนด์ได้ขยายสาขาไปตามจุดสำคัญในเมือง แต่ยังคงรักษามาตรฐานการบริการที่เงียบสงบ สุขุม และเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งเซน (Zen Spirit) ไว้อย่างเหนียวแน่น

เจาะลึกมู้ดร้านและมุมถ่ายรูปไฮไลต์:

การก้าวเข้ามาใน Peace Oriental Teahouse เหมือนการก้าวเข้าสู่อีกมิติหนึ่งที่เวลาเดินช้าลง คาเฟ่มัทฉะ บรรยากาศร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน (Light Wood) โต๊ะเตี้ย สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมผสมผสานความโมเดิร์น บางสาขาจะมีกฎระเบียบที่นุ่มนวล เช่น การให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าโซนที่นั่งทาทามิ (Tatami) เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่ มุมถ่ายรูปที่นี่เน้นไปที่ความมินิมอล การถ่ายภาพแสงเงา และการเจาะถ่ายดีเทล (Detail Shot) ของชุดกาน้ำชาเซรามิกและอุปกรณ์ชงชาที่ถูกจัดวางมาอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ

เมนูไฮไลต์ (The Purist Selection & Wagashi):

ชาของที่นี่ถูกคัดสรรมาเฉพาะเกรดการแข่งขัน (Competition Grade) และเกรดพิธีการ (Ceremonial Grade) เท่านั้น

📍 พิกัด: มีหลายสาขา เช่น ซอยสุขุมวิท 49, โครงการ Velaa Sindhorn Village, และสาขา King Power

เวลาเปิด-ปิด: เปิดบริการทุกวัน เวลา 08:30 – 22:00 น. (แต่ละสาขาอาจมีเวลาปิดที่แตกต่างกันเล็กน้อย)


คาเฟ่มัทฉะ

3. KSANA Matcha

นิยามของร้าน: หลบหนีความวุ่นวายเข้าสู่ถ้ำแห่งความสงบ กับ คาเฟ่มัทฉะ ระดับท็อปจากเมืองอูจิ

สร้างกระแสฮือฮาและกลายเป็นไวรัลทั่วโลกโซเชียลตั้งแต่ คาเฟ่มัทฉะ เปิดตัว และในปี 2026 KSANA Matcha ก็ยังคงยืนหนึ่งในเรื่องของการเป็นคาเฟ่ที่ “สถาปัตยกรรมสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ” คำว่า KSANA มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “ขณะ” หรือช่วงเวลาเสี้ยววินาที สื่อถึงการให้เราโฟกัสกับความสุขตรงหน้า (Living in the moment) คอนเซปต์การออกแบบร้านถูกเนรมิตให้กลายเป็น “ถ้ำดินเหนียวสีขาว” (White Cave) ที่มีเส้นสายโค้งมนนุ่มนวล ราวกับถูกกัดเซาะด้วยสายลมและกระแสน้ำตามธรรมชาติ เป็นการสร้างสเปซเพื่อลี้ภัยความวุ่นวายจากตึกระฟ้าใจกลางเมือง

เจาะลึกมู้ดร้านและมุมถ่ายรูปไฮไลต์:

บรรยากาศภายในร้าน คาเฟ่มัทฉะ เหมือนประติมากรรมขนาดยักษ์ ผนังทุกด้านมีความโค้งมนไร้รอยต่อ ไม่มีหน้าต่างบานใหญ่ให้เห็นวิวข้างนอก เพื่อเป็นการบังคับให้ผู้มาเยือนตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง มุมถ่ายรูปยอดฮิตคือการไปยืนอยู่ตรงช่องแสงจำลองกลางร้าน หรือการนั่งตามซอกถ้ำโค้งๆ ที่มีเบาะรองนั่งสไตล์มินิมอล แนะนำให้แต่งกายด้วยชุดสีตัดกับผนังถ้ำ เช่น สีดำ สีน้ำเงินเข้ม หรือสีเขียวมะกอก จะทำให้ตัวคุณป๊อปอัปขึ้นมาจากฉากหลังได้อย่างโดดเด่น

เมนูไฮไลต์ (Uji Excellence):

KSANA นำเสนอผงมัทฉะนำเข้าจากเมืองอูจิ (Uji) จังหวัดเกียวโต ซึ่งเป็นแหล่งปลูกชาที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น โดยเบลนด์รสชาติมาให้เข้าใจง่าย

📍 พิกัด: สาขาหลักตึก OCC (One City Centre) ฝั่งถนนเพลินจิต และสาขา EMSPHERE ชั้น G

เวลาเปิด-ปิด: เปิดบริการทุกวัน เวลา 08:00 – 17:30 น. (สำหรับสาขา OCC)


คาเฟ่มัทฉะ

4. Seven Suns (เซเว่น ซันส์)

นิยามของร้าน: มัทฉะสเปเชียลตี้สำหรับชีวิตคนเมือง รสชาติจัดจ้าน เข้มข้น นัวลึก

สำหรับใครที่ชอบมัทฉะสาย “หนักแน่น เข้มข้น บอดี้เต็ม (Full-bodied)” และต้องการความสะดวกสบายในการซื้อแบบ Grab & Go หรือนั่งชิลสั้นๆ ระหว่างรอเดินช้อปปิ้ง คาเฟ่มัทฉะ Seven Suns คือแบรนด์มัทฉะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Urbanista ได้อย่างลงตัวที่สุด ในปี 2026 แบรนด์นี้ได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือในการชง “มัทฉะลาเต้” ที่อร่อยและมีมาตรฐานคงที่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเด่นของ Seven Suns คือการเบลนด์มัทฉะที่ดึงเอารสชาติความอูมามิและความเข้มของชาเขียวมาปะทะกับความมันของนมได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ถูกกลบรสชาติ

เจาะลึกมู้ดร้านและมุมถ่ายรูปไฮไลต์:

สาขาของ คาเฟ่มัทฉะ Seven Suns ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ตามศูนย์การค้าชั้นนำหรือย่านไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง (เช่น The Commons) การตกแต่งร้านจะเน้นความเป็นคาเฟ่สมัยใหม่ (Modern Cafe) ใช้โทนสีเขียวเข้ม ไม้ และโลหะสีทองเหลือง แม้พื้นที่จะไม่ได้ใหญ่โตอลังการ แต่ก็มีมุมเคาน์เตอร์บาร์ที่จัดแสงมาอย่างสวยงามให้คุณได้ถ่ายรูปแก้วมัทฉะลายหินอ่อน (Marbling Effect) ที่นมและชาเขียวกำลังค่อยๆ ไหลผสมกัน ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ช็อตของทางร้าน

เมนูไฮไลต์ (The Crafted Blends & Plant-based Options):

📍 พิกัด: มีหลายสาขา เช่น The Commons Thonglor, Siam Center, และ Ekkamai

เวลาเปิด-ปิด: เปิดบริการทุกวัน ตามเวลาทำการของห้างสรรพสินค้าและโครงการ (โดยทั่วไป 10:00 – 21:00 น.)


คาเฟ่มัทฉะ

5. Chaya Teahouse (ชายา ทีเฮาส์)

นิยามของร้าน: สัมผัสวิถีแห่งชาดั้งเดิมในสวนหลังบ้าน ซ่อนตัวอย่างเงียบสงบในย่านประดิพัทธ์

ปิดท้ายลายแทงกันที่คาเฟ่มัทฉะสายลับ (Hidden Gem) ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังตีตั๋วเครื่องบินไปนั่งชิลอยู่ที่เมืองเกียวโต Chaya Teahouse ซ่อนตัวอยู่ในซอยประดิพัทธ์ 14 ร้านนี้เป็นเสมือน “เซฟเฮาส์” ของคนรักชาญี่ปุ่นแท้ๆ เจ้าของร้านมีความหลงใหลและศึกษาศาสตร์แห่งชามาอย่างลึกซึ้ง (Tea Ceremony Practitioner) ตัวร้านเป็นบ้านไม้ที่ถูกรีโนเวทใหม่ มีสวนหินสไตล์ญี่ปุ่น (Karesansui) เล็กๆ อยู่ด้านนอก เมื่อก้าวเข้าไปด้านในจะได้กลิ่นหอมของเสื่อทาทามิและกลิ่นชาที่คั่วเบาๆ อบอวลไปทั่ว เป็นสถานที่ที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของถนนประดิพัทธ์อย่างสิ้นเชิง

เจาะลึกมู้ดร้านและมุมถ่ายรูปไฮไลต์:

บรรยากาศที่ คาเฟ่มัทฉะ นี่เน้นความอบอุ่น เป็นกันเอง และสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง (Slow Bar) มีที่นั่งทั้งแบบโต๊ะปกติและที่นั่งบนเสื่อทาทามิที่ให้ฟีลลิ่งดั้งเดิมสุดๆ มุมถ่ายรูปไฮไลต์คือการนั่งจิบชาอยู่ริมหน้าต่างไม้บานเลื่อน โดยมีฉากหลังเป็นสวนหินและต้นไผ่ที่พริ้วไหว หากใครชอบการทำสมาธิ หรือต้องการนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ พร้อมกับจิบชาคุณภาพสูง ที่นี่คือสรวงสวรรค์ของคุณ

เมนูไฮไลต์ (Authentic Experience & Wagashi):

ชาของ Chaya Teahouse จะเน้นการนำเสนอแบบดั้งเดิม และมีชาสายพันธุ์หายากให้เลือกหมุนเวียนกันไปตามฤดูกาล

📍 พิกัด: ซอยประดิพัทธ์ 14 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ (สามารถนั่ง BTS มาลงสถานีสะพานควาย แล้วต่อรถหรือเดินเข้ามาได้)

เวลาเปิด-ปิด: เปิดบริการวันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์และอังคาร) เวลา 10:00 – 18:00 น.


🍵 คู่มือเอาตัวรอดในคาเฟ่มัทฉะ สั่งอย่างไรให้โปร! (Matcha Survival Guide 2026)

การเดินเข้าไปในคาเฟ่มัทฉะสเปเชียลตี้เป็นครั้งแรก อาจทำให้หลายคนเกิดอาการ “งงและสับสน” กับคำศัพท์เฉพาะทางบนเมนูที่มีอยู่มากมาย เพื่อให้คุณสามารถสั่งเครื่องดื่มได้ถูกปากและดูเป็นมืออาชีพ (Pro-Drinker) นี่คือคู่มือสั้นๆ ที่เรารวบรวมมาให้คุณ:

1. เกรดของผงมัทฉะ (Matcha Grades):

2. สายพันธุ์ชา (Cultivars) ที่พบบ่อย:

คล้ายกับเมล็ดกาแฟที่มีอาราบิก้าและโรบัสต้า ต้นชาญี่ปุ่นก็มีสายพันธุ์ที่ให้รสชาติแตกต่างกันไป:

3. การเลือกระดับความหวาน (Sweetness Level):

มัทฉะสเปเชียลตี้เกรดดีๆ มักจะมีความหวานชุ่มคอ (Sweet Aftertaste) ซ่อนอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว หากคุณสั่งเมนูมัทฉะลาเต้ แนะนำให้สั่งแบบ “หวานน้อย (Less Sweet / 25%)” หรือ “ไม่หวานเลย (Unsweetened)” เพื่อให้ลิ้นของคุณได้รับรู้ถึงรสชาติที่แท้จริงของชา โดยไม่ถูกน้ำตาลกลบจนเสียของ

4. ชาเขียวมัทฉะ (Matcha) VS ชาเขียวเซนฉะ (Sencha) ต่างกันอย่างไร?:

หลายคนยังสับสน มัทฉะคือใบชาที่ปลูกแบบ “พรางแสงแดด” (Shaded) ก่อนเก็บเกี่ยวเพื่อกระตุ้นให้ใบชาสร้างคลอโรฟิลล์ (สีเขียวเข้ม) จากนั้นนำไปนึ่ง อบแห้ง เลาะก้านออก (เหลือแต่ใบที่เรียกว่า Tencha) และบดด้วยโม่หินจนกลายเป็น “ผงแป้งละเอียด” ส่วนเซนฉะ (Sencha) คือใบชาเขียวที่ตากแดดปกติ นำมาคั่วหรืออบแห้งเป็น “ใบชา” ใช้สำหรับชงแช่ในกาน้ำร้อนแล้วกรองกากทิ้ง (Steeping) รสชาติของมัทฉะจึงเข้มข้นกว่ามากเพราะเรากลืนใบชาลงไปทั้งใบเลยนั่นเอง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการดื่มมัทฉะ

Q: ดื่มมัทฉะตอนกลางคืน จะทำให้นอนไม่หลับเหมือนการดื่มกาแฟหรือไม่?

A: มัทฉะมีปริมาณคาเฟอีน (Caffeine) สูงใกล้เคียงกับกาแฟครับ (ผงมัทฉะ 1 ช้อนชา อาจมีคาเฟอีนประมาณ 30-70 มิลลิกรัม) แต่จุดแตกต่างคือ มัทฉะมีกรดอะมิโนที่เรียกว่า “แอล-ธีอะนีน (L-Theanine)” ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียด แอล-ธีอะนีนจะทำงานร่วมกับคาเฟอีน ทำให้คุณรู้สึก “ตื่นตัวอย่างมีสมาธิและสงบ” (Calm Alertness) โดยไม่เกิดอาการใจสั่นหรือกระสับกระส่ายเหมือนการดื่มกาแฟ (Coffee Jitters) อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นคนที่ไวต่อคาเฟอีน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มมัทฉะหลัง 15:00 น. เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับครับ

Q: ถ้าแพ้นมวัว (Lactose Intolerant) สามารถสั่งมัทฉะลาเต้ได้ไหม?

A: ได้สบายมากครับ! ในปี 2026 คาเฟ่มัทฉะระดับพรีเมียมทุกร้านมีตัวเลือก “นมอัลเทอร์เนทีฟ (Alternative Milk / Plant-based)” ให้บริการเสมอ โดยนมที่นิยมนำมาชงคู่กับมัทฉะแล้วอร่อยที่สุดคือ “นมข้าวโอ๊ต (Oat Milk)” เพราะมีความมันนัว (Creamy) คล้ายนมวัว และรสชาติของข้าวโอ๊ตไม่ไปกลบกลิ่นหอมของชาเขียวครับ (อาจมีบวกราคาเพิ่มเล็กน้อย)

Q: เมนูโฮจิฉะ (Hojicha) คืออะไร แตกต่างจากมัทฉะอย่างไร?

A: โฮจิฉะ (Hojicha) คือชาเขียว (มักใช้ชาเซนฉะหรือก้านชา) ที่นำไปคั่วด้วยอุณหภูมิสูงจนใบชาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล การคั่วนี้ทำให้ชาสูญเสียคาเฟอีนไปเกือบหมด (เด็กและคนท้องสามารถดื่มได้) รสชาติของโฮจิฉะจะไม่มีความเขียวหรืออูมามิแบบมัทฉะ แต่จะมีความโดดเด่นเรื่อง “กลิ่นคั่วกระทะที่หอมอบอวล (Roasted Aroma)” คล้ายคาราเมล โกโก้ หรือกาแฟอ่อนๆ หากใครที่เพิ่งเข้าวงการชาและยังไม่คุ้นชินกับกลิ่นเขียวๆ ของมัทฉะ แนะนำให้เริ่มต้นจากการดื่มโฮจิฉะลาเต้เย็นๆ ครับ รับรองว่าติดใจแน่นอน


บทสรุปส่งท้ายความอูมามิ

วิวัฒนาการของคาเฟ่ “มัทฉะสเปเชียลตี้” ในกรุงเทพมหานคร ได้ยกระดับมาตรฐานวงการเครื่องดื่มไทยไปอีกขั้น การได้ดื่มชาสักแก้วไม่ใช่แค่การดับกระหาย แต่คือการชื่นชมในความทุ่มเทของเกษตรกรผู้ปลูกชาชาวญี่ปุ่น ความประณีตของทีมาสเตอร์ผู้ชงชา และความสวยงามของการออกแบบสเปซที่ช่วยโอบกอดความเหนื่อยล้าของเราไว้

ไม่ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ คุณจะเลือกแต่งตัวชิคๆ ไปถ่ายรูปกับบาร์สเตนเลสที่ MTCH, หลีกหนีความวุ่นวายไปนั่งสมาธิจิบชาในบรรยากาศพิวริสต์ที่ Peace Oriental Teahouse, มุดเข้าไปถ่ายรูปเก๋ๆ ในถ้ำดินเหนียวสีขาวที่ KSANA Matcha, เติมพลังชีวิตอย่างเร่งด่วนด้วยคราฟต์เบลนด์ที่ Seven Suns, หรือจะหลบไปนั่งพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์บนเสื่อทาทามิที่ Chaya Teahouse เราก็ขอรับประกันเลยว่า ทั้ง 5 พิกัดคาเฟ่มัทฉะระดับเทพเหล่านี้ จะช่วยเยียวยาจิตใจ ชาร์จแบตเตอรี่ชีวิต และมอบสัมผัสความอร่อยระดับ “อูมามิ” ที่จะทำให้คุณก้าวออกจากร้านด้วยรอยยิ้มและความรู้สึกสงบสุขอย่างแน่นอนครับ ขอให้ทุกท่านสนุกสนานเพลิดเพลินกับการตระเวนดื่มมัทฉะ และค้นพบ “สายพันธุ์ชา” ที่ตรงกับหัวใจของคุณในที่สุดนะครับ!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *