
หลังจากพาไปสำรวจ คาเฟ่หมาในเมืองกรุง มาแล้วถึง 3 ภาค ตั้งแต่ร้านที่มีคอร์กี้ ไซบีเรียนฮัสกี โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ปั๊ก ชิบะ ไปจนถึงอาณาจักรสุนัขหลายร้อยตัว ภาค 4 นี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศเล็กน้อย ด้วยการพาไปรู้จักคาเฟ่หมายุคใหม่ที่ไม่ได้จำกัดนิยามอยู่เพียง “ร้านที่มีสุนัขประจำร้านให้ลูกค้าเล่น” เท่านั้น แต่ขยายไปสู่พื้นที่ Dog Friendly และ Dog Community ซึ่งออกแบบให้เจ้าของสามารถพาสุนัขของตัวเองมาใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างจริงจัง
แนวคิดนี้กำลังมีบทบาทมากขึ้นในกรุงเทพฯ เพราะวิถีการเลี้ยงสุนัขเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด สำหรับเจ้าของจำนวนมาก น้องหมาไม่ได้เป็นสัตว์ที่อยู่เฝ้าบ้าน แต่เป็นสมาชิกครอบครัวที่ออกไปท่องเที่ยว รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย หรือพบปะเพื่อน ๆ ร่วมกับเจ้าของ ดังนั้นสถานที่ที่สามารถรองรับทั้งคนและสุนัขได้อย่างเป็นระบบจึงตอบโจทย์มากกว่าร้านที่อนุญาตให้นั่งเฉพาะบริเวณหน้าร้าน
รายชื่อ คาเฟ่หมายอดนิยมในเมืองกรุง ภาคนี้จึงคัดเลือกจากความแตกต่างของแนวคิดเป็นหลัก เริ่มจาก HUND HAUS ซึ่งไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงคาเฟ่ แต่เป็น Premium Dog Social Club มีสนาม สระน้ำ พื้นที่กิจกรรม บริการดูแลสุนัข และร้านกาแฟในพื้นที่เดียวกัน
ต่อมาคือ Trail and Tail คอมมูนิตี้สุนัขขนาดใหญ่ในสุขุมวิท 39 ที่มีทั้งสนามกลางแจ้ง พื้นที่ Indoor สำหรับสุนัขตัวเล็ก สระว่ายน้ำ โรงแรมสัตว์ บริการฝึก และร้านอาหารซึ่งสามารถใช้เวลาร่วมกับสุนัขได้หลายชั่วโมง
ในขณะที่ Hoya & Friends Café เป็นคาเฟ่บรรยากาศเหมือนบ้านที่มีสมาชิกประจำร้านอย่างดัชชุน คอร์กี้ และโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ พร้อมอาหาร Brunch และผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับสัตว์จาก Hoya Barkery ส่วน Childish Cafe ย่านพหลโยธินเป็นร้านอาหารและคาเฟ่สบาย ๆ ที่ต้อนรับสุนัขทุกขนาด และมีสุนัขประจำร้านสองตัวช่วยสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง
ปิดท้ายด้วย Come Escape Cafe คาเฟ่สวนในย่านฝั่งธนที่แม้ไม่ได้เป็น Dog Cafe แบบมีสุนัขประจำจำนวนมาก แต่ได้รับความนิยมในกลุ่ม Pet Friendly เพราะมีพื้นที่สีเขียว บรรยากาศสงบ สุนัขสามารถมาใช้เวลาร่วมกับเจ้าของ และมีทั้งกาแฟ เค้ก และอาหารให้บริการจริงจัง
ดังนั้น ภาค 4 จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีสุนัขอยู่แล้ว และกำลังค้นหา คาเฟ่หมาในเมืองกรุง ที่สามารถพาสมาชิกสี่ขาออกจากบ้านมาใช้ชีวิตร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นนั่งกาแฟ วิ่งเล่น พบเพื่อนใหม่ หรือใช้เวลาพักผ่อนในสวน

อันดับที่ 1 HUND HAUS จากความรักสุนัขสู่ Premium Dog Social Club ใจกลางกรุงเทพฯ
HUND HAUS เป็นหนึ่งในพิกัดใหม่ที่น่าสนใจที่สุดเมื่อพูดถึงวิวัฒนาการของ คาเฟ่หมาในเมืองกรุง เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ตั้งเป้าเป็นร้านกาแฟที่เพิ่มคำว่า Pet Friendly เข้าไปในภายหลัง แต่ถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิด “Dog First, Always” หรือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความต้องการของสุนัขเป็นอันดับแรก
ข้อมูลที่เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่าแนวคิดของ HUND HAUS เริ่มจากประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งซึ่งเคยใช้ชีวิตในซานฟรานซิสโกและได้สัมผัสสังคมที่การพาสุนัขออกไปใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าของเป็นเรื่องปกติ เมื่อกลับกรุงเทพฯ จึงเห็นข้อจำกัดด้านพื้นที่และสถานที่สำหรับเจ้าของสุนัข และนำไปสู่การสร้าง Dog Social Club ที่ออกแบบพื้นที่เพื่อสุนัขโดยเฉพาะ
สถานที่ตั้งอยู่บริเวณซอยศูนย์วิจัย 14 ใกล้แนวเอกมัย–พระราม 9 มีพื้นที่สีเขียวประมาณ 1 ไร่ หรือราว 1,600 ตารางเมตร พื้นที่หลักเป็นสนามสำหรับปล่อยสุนัขแบบ Off-leash และมีสระน้ำรูปแบบธรรมชาติคล้ายลำธารให้สุนัขลงเล่นได้ นอกจากนี้ ยังมี Introvert Dog Zone สำหรับสุนัขที่ไม่ถนัดการอยู่ท่ามกลางสัตว์จำนวนมาก ซึ่งถือเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจเพราะสะท้อนว่าสุนัขแต่ละตัวมีบุคลิกและระดับการเข้าสังคมไม่เหมือนกัน
ภาพบรรยากาศของ HUND HAUS
หากนึกภาพ Dog Park แบบเดิมแล้วจินตนาการเพียงสนามหญ้ากับรั้วล้อม HUND HAUS แตกต่างออกไปค่อนข้างมาก บรรยากาศโดยรวมมีลักษณะเป็นสวนและ Social Club ร่วมสมัย พื้นที่สีเขียวเป็นองค์ประกอบหลัก ขณะที่อาคารสำหรับคาเฟ่ ร้านค้า Grooming และบริการต่าง ๆ ถูกจัดแยกเป็นสัดส่วน
ด้วยเหตุนี้ ผู้มาใช้บริการจึงไม่จำเป็นต้องพาสุนัขมาวิ่งแล้วกลับทันที แต่สามารถใช้เวลาครึ่งวันได้ เจ้าของอาจเริ่มจากพาน้องหมาเดินเล่นในสนาม ปล่อยให้ทำความรู้จักกับสุนัขตัวอื่น จากนั้นไปนั่งพักในโซนคาเฟ่ ก่อนกลับมาเล่นน้ำหรือใช้บริการอื่นต่อ
สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ บรรยากาศสวนจะให้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ ๆ เมื่อแสงเริ่มนุ่มลง ส่วนภาพที่น้องหมาวิ่งบนสนามหรือเล่นน้ำเหมาะกับการใช้โหมดถ่ายภาพต่อเนื่องมากกว่าการบังคับให้หยุดโพส
บริการและค่าเข้า HUND HAUS
ข้อมูลระบบจองของสถานที่ระบุ Park Entry สำหรับสุนัข 1 ตัวประมาณ 700 บาท ขณะที่ HUND HAUS เปิดโดยทั่วไปวันอังคาร–อาทิตย์ เวลา 10.00–19.00 น. และหยุดวันจันทร์ ทั้งนี้ ราคาแพ็กเกจและสิทธิ์ที่รวมในแต่ละช่วงอาจมีการปรับเปลี่ยน ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
นอกจากสนามแล้ว ยังมีบริการ Daycare พื้นที่อาบน้ำสุนัข Pet Store Grooming และกิจกรรม Community หรือ Event ตามช่วงเวลา ทำให้ภาพรวมใกล้เคียง “คลับสำหรับสุนัขและครอบครัว” มากกว่าคาเฟ่ธรรมดา
เมนูอาหารและเครื่องดื่ม
คาเฟ่ภายในพื้นที่คือ Pawpresso & CO. ซึ่งมีทั้ง Coffee, Signature, Non Coffee และ Smoothies โดยหน้าร้านออนไลน์จัดอยู่ในช่วงราคาหลักไม่เกิน 100 บาทสำหรับบางรายการ พร้อมโปรโมชั่นสำหรับการนำแก้วมาเองในบางช่วง
ตัวอย่างงบประมาณที่ควรเตรียมสำหรับเครื่องดื่ม ได้แก่
- กาแฟพื้นฐาน ประมาณ 80–120 บาท
- Latte หรือเครื่องดื่มนม ประมาณ 90–150 บาท
- Signature Coffee ประมาณ 120–180 บาท
- Smoothie ประมาณ 120–190 บาท
- อาหารหรือของว่าง ประมาณ 120–300 บาท
ควรสอบถามเมนูประจำวันที่ร้านอีกครั้ง เนื่องจากรายการและราคาอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลา
ขั้นตอนเข้าใช้ HUND HAUS
เริ่มจากตรวจสอบกฎเกี่ยวกับวัคซีนและสุขภาพสุนัขก่อน จากนั้นควรจองหรือสอบถามความหนาแน่นของสนาม โดยเฉพาะวันหยุด เมื่อเดินทางถึงให้เช็กอินและแสดงข้อมูลสุนัขตามที่สถานที่กำหนด หลังชำระค่าใช้บริการจึงสามารถเข้าสนามและโซนที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ
เจ้าของควรสังเกตอารมณ์สุนัขตลอดเวลา แม้พื้นที่จะออกแบบมาสำหรับการเข้าสังคม แต่สุนัขบางตัวอาจเครียดเมื่อเจอสุนัขใหม่จำนวนมาก หากพบว่าน้องพยายามหลบ หางตก หรือมีพฤติกรรมไม่มั่นใจ สามารถใช้พื้นที่ที่เงียบกว่าหรือพากลับไปพัก
เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ
ผู้ใช้ MRT สามารถลงสถานีเพชรบุรีหรือพระราม 9 จากนั้นต่อแท็กซี่หรือรถรับจ้างไปยังซอยศูนย์วิจัย 14
อีกทางเลือกคือ BTS ลงสถานีเอกมัยหรือทองหล่อ แล้วต่อรถเข้าสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่–ศูนย์วิจัย อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาเร่งด่วนควรเผื่อเวลา เพราะถนนบริเวณพระราม 9 และเพชรบุรีมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น
เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
ตั้งระบบนำทางไปยัง HUND HAUS เลขที่ 146/9 ซอยศูนย์วิจัย 14 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร การเดินทางสามารถเข้าจากถนนเพชรบุรีหรือพระราม 9 ได้
หากพาสุนัขมาด้วยรถส่วนตัว ควรเตรียมน้ำ กล่องหรือเข็มขัดนิรภัยสำหรับสัตว์ และไม่ควรทิ้งน้องไว้ในรถระหว่างแวะทำธุระเด็ดขาด โดยเฉพาะอากาศร้อนของกรุงเทพฯ

อันดับที่ 2 Trail and Tail คอมมูนิตี้สัตว์เลี้ยงครบวงจรสุขุมวิท 39
Trail and Tail เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้ความหมายของ คาเฟ่หมายอดนิยมในเมืองกรุง กว้างขึ้นอย่างมาก เพราะไม่ได้เป็นเพียงร้านสำหรับนั่งจิบกาแฟพร้อมสุนัข แต่เป็น Pet Friendly Community ขนาดใหญ่กว่า 4 ไร่ในสุขุมวิท 39 ซึ่งพัฒนาขึ้นบนพื้นที่เดิมของครอบครัวผู้ก่อตั้ง
ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ระบุว่า Trail and Tail เกิดจากแนวคิดในการนำพื้นที่ครอบครัวมาพัฒนาให้มีคุณค่าและสร้าง Community สำหรับสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันจึงมีทั้ง Dog Park สระว่ายน้ำ โรงแรมสัตว์เลี้ยง Daycare Grooming ร้านขายสินค้า คลินิก และร้านอาหารอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
จุดเด่นที่คนรักสุนัขให้ความสนใจคือสนามหญ้าจริงประมาณ 500 ตารางเมตรและพื้นที่กลางแจ้งที่ช่วยให้น้องหมาวิ่งเล่นได้ นอกจากนี้ ยังมี Happy Hall ซึ่งเป็นพื้นที่ Indoor สำหรับสุนัขขนาดเล็ก ทำให้การมาใช้บริการไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว
บรรยากาศของ Trail and Tail
ความรู้สึกแรกของ Trail and Tail คล้ายการเดินเข้า Community Mall ที่ถูกออกแบบโดยมีสัตว์เลี้ยงเป็นผู้ใช้หลัก พื้นที่ไม่ได้มีเพียงโต๊ะคาเฟ่กับสนามขนาดเล็ก แต่มีทางเดิน สนามหญ้า สระว่ายน้ำ และอาคารบริการหลายส่วน
ผู้มาใช้บริการสามารถนั่งพักในสวน ชมสุนัขวิ่งเล่น หรือพาน้องเข้าสระก่อนกลับมารับประทานอาหาร สุนัขที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งจะได้พื้นที่ใช้พลังงานมากกว่าการเดินอยู่ในร้านกาแฟ
ในทางกลับกัน สุนัขตัวเล็กที่ไม่เหมาะกับการอยู่ร่วมกับสุนัขขนาดใหญ่สามารถใช้พื้นที่ Happy Hall ได้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความแตกต่างด้านน้ำหนักและแรงในการเล่น
ค่าเข้า Dog Park และ Happy Hall
ข้อมูลจาก LINE Official ของ Trail and Tail ระบุค่าบริการ Dog Park วันจันทร์–ศุกร์ประมาณ 250 บาทต่อวัน ส่วนวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ประมาณ 300 บาทต่อวัน
สำหรับ Happy Hall มีแพ็กเกจประมาณ 390 บาทต่อ 3 ชั่วโมง สำหรับสุนัขหนึ่งตัวและเจ้าของสองคน และคิดค่าผู้เข้าร่วมเพิ่มเติมประมาณ 100 บาทตามเงื่อนไขที่ระบุไว้
ทั้งนี้ ก่อนเข้าสนามควรเตรียมข้อมูลวัคซีนของสุนัข และควรสอบถามข้อกำหนดด้านสุขภาพล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีที่เพิ่งรับสุนัขมาเลี้ยงหรือวัคซีนยังไม่ครบ
คาเฟ่และเมนูอาหาร
ภายใน Trail and Tail มีร้านอาหารและคาเฟ่ที่ Pet Friendly โดยพื้นที่ถูกออกแบบให้เจ้าของสามารถนั่งรับประทานอาหารพร้อมสุนัขได้
เมนูเหมาะกับการพักหลังพาน้องไปออกกำลังกาย มีทั้งชา กาแฟ เบเกอรี ของหวาน และอาหาร ตัวอย่างรีวิวล่าสุดกล่าวถึงการนั่งดื่มชาพร้อม Apple Crumble ระหว่างรอสุนัขใช้บริการสระว่ายน้ำ
งบประมาณโดยประมาณ ได้แก่
- Americano 90–140 บาท
- Latte หรือ Cappuccino 110–170 บาท
- ชาพรีเมียม 120–220 บาท
- Cake หรือ Apple Crumble 120–220 บาท
- อาหารจานหลัก 180–350 บาท
ราคาอาจเปลี่ยนตามร้านอาหารที่เปิดให้บริการในพื้นที่
ขั้นตอนเข้าใช้บริการ Trail and Tail
ก่อนเดินทางควรเตรียมหลักฐานวัคซีนให้เรียบร้อย จากนั้นเลือกกิจกรรมว่าต้องการใช้ Dog Park, Happy Hall หรือ Swimming Pool เพราะแต่ละบริการมีรูปแบบจองแตกต่างกัน
เมื่อถึงสถานที่ ให้ลงทะเบียนสุนัขและรับฟังกฎก่อนเข้าสนาม เจ้าของควรพกสายจูงไว้เสมอ แม้พื้นที่บางส่วนอนุญาตให้ปล่อยสายจูง เพราะระหว่างเดินผ่านส่วนกลางยังอาจจำเป็นต้องควบคุมสุนัข
สำหรับสระว่ายน้ำ ควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เนื่องจากบริการได้รับความนิยมและจำนวนรอบมีจำกัด
เดินทางด้วย BTS และรถสาธารณะ
ใช้ BTS สายสุขุมวิทลงสถานีพร้อมพงษ์ จากนั้นต่อรถจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ หรือรถผ่านแอปพลิเคชันเข้าสู่สุขุมวิท 39
สถานที่อยู่เลขที่ 95 ซอยสุขุมวิท 39 เขตวัฒนากรุงเทพฯ หากเดินทางโดยไม่มีสุนัขอาจเดินจากสถานีได้ แต่หากพาสุนัขมาด้วย การใช้รถช่วงสุดท้ายสะดวกกว่า โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน
เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
จากถนนสุขุมวิทเลี้ยวเข้าสู่สุขุมวิท 39 แล้วใช้ระบบนำทางไปยัง Trail and Tail ภายในมีพื้นที่จอดรถ
ช่วงเช้าวันธรรมดาและช่วงเย็น ถนนสุขุมวิทและซอยเชื่อมอาจติดขัด ควรเผื่อเวลา และหากมีนัดสระว่ายน้ำควรมาถึงก่อนรอบอย่างน้อย 15 นาที

อันดับที่ 3 Hoya & Friends Café คาเฟ่เพื่อนสี่ขาบรรยากาศเหมือนมานั่งบ้านเพื่อน
Hoya & Friends Café เป็นหนึ่งใน คาเฟ่หมาในเมืองกรุง ที่ให้ประสบการณ์ต่างจาก Dog Park ขนาดใหญ่โดยสิ้นเชิง เพราะร้านนี้กลับไปสู่ความรู้สึกเรียบง่ายของการนั่งคาเฟ่ในละแวกบ้าน มีอาหาร Brunch กาแฟ เครื่องดื่ม และมีสุนัขประจำร้านเดินอยู่รอบ ๆ ทำให้บรรยากาศเป็นธรรมชาติและไม่รู้สึกเหมือนกิจกรรมที่ถูกจัดเป็นรอบ
ร้านมีความเชื่อมโยงกับ Hoya Barkery แบรนด์ขนมสุนัขและแมวที่เน้นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งดำเนินกิจการมาตั้งแต่ประมาณปี 2020 แนวคิดคาเฟ่จึงต่อยอดจากความสนใจเรื่องอาหารสัตว์และการใช้ชีวิตร่วมกับสุนัขอย่างเป็นธรรมชาติ
ข้อมูลร้านระบุว่ามี Resident Dogs ได้แก่ ดัชชุน คอร์กี้ และโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ซึ่งเดินอยู่ในพื้นที่ร้านและช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านที่มีสุนัขเป็นสมาชิกครอบครัว มากกว่าจะเป็นสถานที่ซึ่งลูกค้าจ่ายค่าเข้าเพื่อสัมผัสสัตว์โดยตรง
บรรยากาศและจุดเด่นของร้าน
Hoya & Friends Café เหมาะกับคนที่ต้องการนั่งคาเฟ่นาน ๆ โดยมีสุนัขอยู่เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ ไม่ได้จำเป็นต้องเล่นกับน้องตลอดเวลา
ความน่าสนใจอยู่ที่ความหลากหลายของสุนัขประจำร้าน ดัชชุนมีรูปร่างและบุคลิกแตกต่างจากคอร์กี้อย่างชัดเจน ส่วนโกลเด้นรีทรีฟเวอร์มีขนาดใหญ่กว่า ผู้มาใช้บริการจึงได้เห็นพฤติกรรมและลักษณะเฉพาะหลายรูปแบบ
หากพาสุนัขของตัวเองมา ควรสอบถามกฎของร้านก่อน โดยเฉพาะกรณีที่สุนัขมีความตื่นเต้นเมื่อพบตัวอื่น เพราะร้านเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร จึงควรควบคุมไม่ให้น้องเข้าใกล้โต๊ะคนอื่นหรืออาหารของสุนัขประจำร้าน
เมนูอาหารของ Hoya & Friends Café
ร้านให้บริการ All-day Breakfast อาหารจานเดียว Coffee และเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์ Hoya Barkery สำหรับสุนัข ทำให้ทั้งเจ้าของและน้องหมามีเมนูของตัวเอง
งบประมาณโดยประมาณสำหรับผู้ใช้บริการสามารถเตรียมดังนี้
- Americano ประมาณ 90–130 บาท
- Latte ประมาณ 110–160 บาท
- Matcha หรือ Non-coffee ประมาณ 120–180 บาท
- All-day Breakfast ประมาณ 180–320 บาท
- อาหารจานเดียวประมาณ 150–280 บาท
- Dessert ประมาณ 100–200 บาท
- ขนมสำหรับสุนัขตามผลิตภัณฑ์ Hoya Barkery ประมาณ 60–250 บาท
รายการและราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรดูเมนูปัจจุบันเมื่อไปถึงร้าน
วิธีใช้บริการให้สบายทั้งคนและสุนัข
ร้านรูปแบบนี้ไม่จำเป็นต้องรีบเข้าไปกอดสุนัขประจำร้านทันที ควรเลือกที่นั่ง สั่งอาหาร แล้วปล่อยให้น้องเดินเข้ามาทำความรู้จักเอง
ไม่ควรนำอาหารบนโต๊ะไปให้สุนัข แม้จะดูเหมือนน้องกำลังขออาหาร เพราะอาหารของคนอาจมีเครื่องปรุงหรือส่วนประกอบที่ไม่เหมาะกับสัตว์
ในกรณีที่ซื้อ Hoya Barkery ควรสอบถามว่าผลิตภัณฑ์ใดเหมาะกับขนาด อายุ หรือข้อจำกัดด้านอาหารของสุนัข
การเดินทางด้วยรถสาธารณะ
ร้านตั้งอยู่บริเวณ 2455/10 ซอยริมทางรถไฟเก่าปากน้ำ พระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
สามารถใช้ BTS ลงสถานีพระโขนงหรือเอกมัย แล้วต่อแท็กซี่หรือรถรับจ้างไปยังร้าน โดยควรปักหมุดชื่อร้านแทนการบอกชื่อซอยเพียงอย่างเดียว
หากมาจากฝั่งพระราม 4 สามารถใช้ MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์หรือคลองเตยแล้วต่อรถได้เช่นกัน
เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
ใช้เส้นสุขุมวิท พระราม 4 หรือถนนทางรถไฟเก่าเข้าสู่พระโขนง แล้วเปิดระบบนำทางไป Hoya & Friends Café
เนื่องจากเป็นย่านชุมชน ควรตรวจสอบพื้นที่จอดรถก่อนออกเดินทางและไม่จอดขวางทางเข้าออกของบ้านหรือร้านใกล้เคียง

อันดับที่ 4 Childish Cafe คาเฟ่ Pet Friendly ที่มีสุนัขประจำร้านและบรรยากาศอบอุ่นย่านจตุจักร
Childish Cafe เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ คาเฟ่หมายอดนิยมในเมืองกรุง ภาคนี้ เพราะร้านไม่ได้สร้างตัวตนจากการเป็น Dog Cafe เพียงอย่างเดียว แต่เป็นคาเฟ่และร้านอาหารที่ต้องการให้คนและสัตว์เลี้ยงเข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างสบาย
ข้อมูลร้านระบุว่าสุนัขทุกขนาดสามารถเข้าใช้พื้นที่ได้ มีสุนัขประจำร้านสองตัว และมีรายละเอียดเล็ก ๆ สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น ชามน้ำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสัตว์ รวมถึงกิจกรรม Dog Friendly เป็นครั้งคราว
แนวคิดของ Childish Cafe คือการสร้างสถานที่สำหรับชะลอจังหวะชีวิต นั่งกาแฟ พบเพื่อน หรือใช้เวลาว่างโดยไม่จำเป็นต้องทิ้งสุนัขไว้บ้าน สำหรับเจ้าของสัตว์ที่ต้องการหาร้านประจำมากกว่าการไป Dog Cafe เพื่อกิจกรรมครั้งเดียว ร้านประเภทนี้จึงตอบโจทย์อย่างมาก
บรรยากาศของ Childish Cafe
การตกแต่งให้ความรู้สึกเรียบง่ายและอบอุ่น มีทั้งพื้นที่ Indoor ปรับอากาศและพื้นที่สวน สุนัขสามารถอยู่ภายในร้านโดยใช้สายจูงตามกฎ ทำให้เจ้าของไม่ต้องเลือกนั่งเฉพาะนอกอาคารท่ามกลางอากาศร้อน
จุดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับคาเฟ่ Pet Friendly ในกรุงเทพฯ เพราะสภาพอากาศหลายเดือนของปีค่อนข้างร้อน การอนุญาตให้สัตว์เข้าพื้นที่ปรับอากาศจึงช่วยให้สามารถใช้เวลาในร้านได้นานขึ้น
นอกจากนี้ สุนัขประจำร้านช่วยสร้างบรรยากาศโดยไม่ทำให้ร้านกลายเป็นพื้นที่สัตว์หนาแน่น เหมาะกับคนที่ชอบสุนัข แต่ไม่ต้องการอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขหลายสิบตัว
เมนูอาหารและระดับราคา
Childish Cafe มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม โดยข้อมูลร้านอาหารระบุช่วงราคาประมาณ 251–500 บาทต่อคน และจัดอยู่ในกลุ่มร้านอาหารที่มีเมนูจริงจังมากกว่าคาเฟ่เครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว
สามารถวางงบประมาณได้ประมาณ
- กาแฟ 90–160 บาท
- Matcha และ Non-coffee 120–190 บาท
- ของหวาน 120–220 บาท
- อาหารจานหลัก 220–400 บาท
- Steak หรืออาหารจานใหญ่ประมาณ 300–500 บาท
ผู้มาเป็นกลุ่มสามารถสั่งอาหารแบ่งกันได้ และควรเลือกโต๊ะที่มีพื้นที่ให้น้องหมานอนโดยไม่ขวางทางเดิน
เวลาเปิดบริการ
ข้อมูลร้านระบุว่าเปิดวันอังคาร–พฤหัสบดีประมาณ 11.30–20.00 น. วันศุกร์ประมาณ 11.30–20.30 น. และเสาร์–อาทิตย์ประมาณ 11.00–21.00 น. โดยควรตรวจสอบเวลาอีกครั้งก่อนเดินทาง เนื่องจากอาจมีการปรับในวันจัดกิจกรรม
ร้านเคยจัดกิจกรรม Pawty at Childish ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เจ้าของพาสุนัขมาพบปะกัน พร้อมกิจกรรมและของกินสำหรับสุนัข แสดงให้เห็นว่าร้านให้ความสำคัญกับ Community ของเจ้าของสัตว์จริง ๆ
ขั้นตอนเมื่อพาสุนัขมาใช้บริการ
ควรพาสุนัขเข้าร้านด้วยสายจูง และเลือกโต๊ะที่มีพื้นที่เพียงพอ ไม่ควรปล่อยน้องเดินไปหาโต๊ะอื่นเอง แม้ว่าสุนัขจะเป็นมิตรก็ตาม
เตรียมถุงเก็บของเสีย กระดาษเปียก และน้ำสำหรับน้องไว้ล่วงหน้า ถึงแม้ร้านจะมีชามน้ำให้ก็ตาม
หากสุนัขมีแนวโน้มเห่าเมื่อเจอสุนัขตัวอื่น แนะนำให้นั่งในมุมที่สงบกว่า เพื่อไม่รบกวนผู้ใช้บริการและลดความเครียดให้ตัวสุนัขเอง
เดินทางด้วยรถสาธารณะ
ร้านตั้งอยู่บริเวณพหลโยธิน 19/1 เขตจตุจักร
สามารถใช้ BTS ลงสถานีห้าแยกลาดพร้าวหรือหมอชิต แล้วต่อรถแท็กซี่หรือจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ซอย
อีกทางเลือกคือ MRT ลงสถานีพหลโยธิน แล้วต่อรถช่วงสุดท้าย การใช้ระบบนำทางจะสะดวกกว่า เนื่องจากร้านอยู่ในซอยย่อย
เดินทางด้วยรถยนต์
เข้าทางถนนพหลโยธินและเลี้ยวเข้าสู่พหลโยธิน 19/1 ร้านมีข้อมูลว่ามีที่จอดรถ อย่างไรก็ตาม จำนวนอาจไม่มากเท่าศูนย์การค้าขนาดใหญ่ จึงควรโทรสอบถามหากเดินทางหลายคัน

อันดับที่ 5 Come Escape Cafe คาเฟ่สวน Pet Friendly ฝั่งธน บรรยากาศเหมือนหลบเมืองมาพักใจ
สำหรับคนฝั่งธนบุรีที่กำลังตามหา คาเฟ่หมาในเมืองกรุง ซึ่งไม่จำเป็นต้องข้ามเข้าใจกลางสุขุมวิท Come Escape Cafe เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก ร้านตั้งอยู่ในซอยราชพฤกษ์ 6 เขตภาษีเจริญ จุดเด่นคือบรรยากาศสวนร่มรื่น พื้นที่กว้าง และความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนหลบจากถนนใหญ่เข้ามาพักในสวนส่วนตัว
ร้านเปิดมายาวนานกว่าหลายร้านในลิสต์นี้และได้รับรีวิวจำนวนมาก จุดแข็งไม่ได้อยู่ที่การมีสุนัขประจำร้านหลายตัว แต่คือการออกแบบพื้นที่ซึ่งสามารถพาสัตว์เลี้ยงมานั่งร่วมกับเจ้าของได้
ข้อมูลปี 2026 ระบุว่า Come Escape Cafe เป็นร้าน Pet Friendly มีสวนและพื้นที่ด้านนอกที่เหมาะกับสุนัข ขณะที่ภายในมีเครื่องปรับอากาศ ร้านให้ความสำคัญกับ Homemade Dessert และ Coffee โดยขนมบางรายการเริ่มต้นประมาณ 75 บาท และราคาอาหาร–เครื่องดื่มโดยรวมอยู่ในช่วงประมาณ 100–300 บาท
ภาพบรรยากาศ Come Escape Cafe
เสน่ห์ของร้านคือความเขียวของต้นไม้และพื้นที่สวน ทำให้แตกต่างจากคาเฟ่ในอาคารที่มีพื้นที่สัตว์ค่อนข้างจำกัด เจ้าของสามารถพาสุนัขออกมาเปลี่ยนบรรยากาศโดยไม่จำเป็นต้องเข้าสนาม Dog Park อย่างจริงจัง
ร้านเหมาะกับสุนัขที่ไม่ชอบฝูงใหญ่ เพราะสามารถนั่งกับเจ้าของในพื้นที่คาเฟ่โดยไม่ต้องเข้าโซนรวมกับสุนัขหลายสิบตัว อีกทั้งยังเหมาะกับผู้สูงอายุหรือครอบครัวที่ต้องการเพียงคาเฟ่บรรยากาศดีและพาสุนัขติดตามมาด้วย
ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับการนั่งสวนมากที่สุด ส่วนช่วงเที่ยงควรเลือกพื้นที่ Indoor เนื่องจากอุณหภูมิกรุงเทพฯ อาจสูงและพื้นด้านนอกอาจร้อนเกินไปสำหรับอุ้งเท้าสุนัข
เมนูยอดนิยมพร้อมราคา
ข้อดีของ Come Escape Cafe คือมีข้อมูลราคาเมนูค่อนข้างชัดเจน ตัวอย่างเมนูที่ได้รับความนิยม ได้แก่
- Ice Americano ประมาณ 95 บาท
- Ice Latte ประมาณ 105 บาท
- Ice Cappuccino ประมาณ 105 บาท
- Strawberry Lychee Soda ประมาณ 105 บาท
- Sunset Juice ประมาณ 110 บาท
- Refreshicano ประมาณ 130 บาท
- Coconut Cake ประมาณ 120 บาท
- Chocolate Caramel Cake ประมาณ 130 บาท
- Very Berry Tart ประมาณ 165 บาท
- Be Happy Today ประมาณ 170 บาท
Coconut Cake เป็นหนึ่งในเมนูที่ได้รับการกล่าวถึงบ่อย ขณะที่ร้านยังมี Mini Cake และขนมหมุนเวียนตามช่วงเวลา
สำหรับสาย Coffee ร้านมีเมล็ดและเมนูให้เลือกหลายแบบ ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่เพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้เป็นร้านกาแฟประจำได้เช่นกัน
ขั้นตอนพาสุนัขมาใช้บริการ
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบข้อจำกัดเรื่องขนาดสุนัขและโซนที่อนุญาตในวันที่ไป เนื่องจากนโยบาย Pet Friendly สามารถปรับได้ตามช่วงเวลา
พาสุนัขด้วยสายจูงตลอดเวลาระหว่างเดินผ่านพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ควรปล่อยให้วิ่งเข้าหาเด็กหรือโต๊ะอื่น
เลือกนั่งในบริเวณที่มีพื้นที่ให้น้องนอน และหลีกเลี่ยงการวางชามน้ำหรือกระเป๋าขวางทางเดิน
หากน้องต้องการเข้าห้องน้ำ ควรพาไปยังบริเวณที่ร้านกำหนดและเก็บของเสียทุกครั้ง
เวลาเปิด
ข้อมูลร้านระบุวันจันทร์–ศุกร์ประมาณ 07.00–18.00 น. ส่วนวันเสาร์–อาทิตย์ประมาณ 10.00–18.00 น. เวลาอาจปรับเปลี่ยน ควรตรวจสอบในวันเดินทาง
เดินทางด้วยรถไฟฟ้า
สามารถใช้ BTS สายสีลมลงสถานีบางหว้า แล้วต่อแท็กซี่หรือรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันไปยังซอยราชพฤกษ์ 6
อีกทางเลือกคือ MRT สายสีน้ำเงินลงบางไผ่หรือบางหว้า แล้วต่อรถช่วงสุดท้าย ขึ้นอยู่กับเส้นทางจากต้นทาง
เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
ใช้ถนนราชพฤกษ์แล้วเข้าสู่ซอยราชพฤกษ์ 6 ปักหมุด Come Escape Cafe เลขที่ 119/1
ร้านมีลักษณะเป็นคาเฟ่สวนและรองรับลูกค้าที่ขับรถมา แต่ในช่วงวันหยุดควรเผื่อเวลาหาที่จอด เพราะเป็นช่วงที่ร้านมีผู้มาใช้บริการมาก
เปรียบเทียบ 5 คาเฟ่หมาในเมืองกรุง ภาค 4 เลือกร้านไหนดี
ทั้ง 5 แห่งมีจุดร่วมคือการเปิดพื้นที่ให้สุนัขเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ แต่รูปแบบแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้น ก่อนออกเดินทางควรถามตัวเองก่อนว่าต้องการ “พาสุนัขไปทำกิจกรรม” หรือเพียง “พาสุนัขไปนั่งคาเฟ่ด้วยกัน”
HUND HAUS เหมาะที่สุดสำหรับผู้ต้องการกิจกรรมเต็มรูปแบบ มีสนาม สระน้ำ พื้นที่ปล่อยสายจูง และบริการเสริมจำนวนมาก สุนัขที่ชอบเล่นและมีพลังงานสูงน่าจะได้รับประโยชน์จากพื้นที่มากกว่าการนั่งคาเฟ่ธรรมดา
Trail and Tail มีความสมดุลระหว่าง Dog Park และ Lifestyle Community เหมาะกับผู้ต้องการใช้เวลาครึ่งวัน เพราะสามารถพาน้องไปวิ่ง เล่นน้ำ รับบริการ และนั่งอาหารได้ในที่เดียว
Hoya & Friends Café เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศ Dog Cafe แบบดั้งเดิมมากที่สุดในลิสต์ เพราะมีสุนัขประจำร้านหลายสายพันธุ์และไม่ต้องใช้กิจกรรมหนัก
Childish Cafe เหมาะกับการนัดกลุ่มเพื่อนที่แต่ละคนอาจมีหรือไม่มีสุนัขก็ได้ ร้านยังทำหน้าที่เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ได้โดยไม่ทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งใจเล่นกับสัตว์รู้สึกว่าไม่มีอะไรทำ
Come Escape Cafe เหมาะกับสายสวนและคนฝั่งธน เป็นร้านที่สามารถไปพักผ่อน นั่งกาแฟ ถ่ายภาพ และพาสุนัขมาด้วยโดยไม่ต้องจ่ายค่าเข้า Dog Park
| ร้าน | รูปแบบ | จุดเด่น | งบประมาณโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| HUND HAUS | Premium Dog Social Club | สนาม สระน้ำ บริการครบ | 800–1,300 บาท |
| Trail and Tail | Dog Community | Dog Park, Pool, Cafe, Hotel | 500–1,000 บาท |
| Hoya & Friends Café | Dog-friendly Cafe + Resident Dogs | ดัชชุน คอร์กี้ โกลเด้น | 250–600 บาท |
| Childish Cafe | Pet Friendly Restaurant | พาสุนัขเข้า Indoor ได้ | 300–700 บาท |
| Come Escape Cafe | Garden Pet Friendly Cafe | สวนสวย ขนมเด่น กาแฟดี | 200–500 บาท |
งบประมาณเป็นค่าประมาณสำหรับค่าใช้สถานที่และอาหารทั่วไป ไม่รวมบริการพิเศษ Grooming, Hotel, Daycare หรือ Swimming Pool
เทคนิคพาสุนัขเที่ยวคาเฟ่ให้สนุกและไม่รบกวนคนอื่น
การเติบโตของ คาเฟ่หมายอดนิยมในเมืองกรุง ทำให้เจ้าของสุนัขมีทางเลือกมากขึ้น แต่การมีสถานที่ Pet Friendly มากขึ้นจะดำเนินต่อไปได้ดีหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของเจ้าของด้วย
ก่อนออกจากบ้าน ควรประเมินก่อนว่าสุนัขพร้อมกับสถานการณ์นั้นจริงหรือไม่ สุนัขบางตัวมีความสุขที่ได้พบคนและสุนัขใหม่ ๆ ขณะที่บางตัวอาจเครียดในพื้นที่เสียงดัง ต่อให้ร้านอนุญาต ก็ไม่ได้หมายความว่าการพาไปจะเหมาะกับสุนัขทุกตัว
สุนัขควรได้รับวัคซีนพื้นฐานครบ มีการป้องกันเห็บหมัดและพยาธิ และไม่มีอาการไอ ท้องเสีย หรือโรคผิวหนังในวันที่เดินทาง
ควรเตรียมสายจูง ถุงเก็บมูล กระดาษเปียก ชามน้ำพับได้ ผ้าเช็ดตัว และขนมที่สุนัขกินเป็นประจำ หากร้านมี Dog Park ควรเตรียมสายจูงแบบธรรมดามากกว่าสาย Flexi เพื่อควบคุมได้ง่ายในบริเวณทางเข้าออก
เมื่อเข้าคาเฟ่ ไม่ควรปล่อยสุนัขเดินเข้าไปดมอาหารของโต๊ะข้าง ๆ แม้เราจะมองว่าน้องน่ารัก แต่อีกฝ่ายอาจแพ้สุนัข กลัวสุนัข หรือไม่ต้องการให้สัตว์อยู่ใกล้อาหาร
ใน Dog Park เจ้าของไม่ควรนั่งเล่นโทรศัพท์จนลืมดูสุนัข การเข้าสังคมของสัตว์สามารถเปลี่ยนจากการเล่นเป็นความขัดแย้งได้อย่างรวดเร็ว ควรดูภาษากายและแยกสุนัขออกมาพักเป็นระยะ
สุดท้าย หากร้านมีข้อกำหนดเรื่องสายจูง น้ำหนัก หรือวัคซีน ควรเคารพกฎอย่างจริงจัง เพราะกฎเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้บริการยุ่งยาก แต่เพื่อให้พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
บทสรุป 5 คาเฟ่หมาในเมืองกรุง ภาค 4
เมื่อมองผ่านทั้ง 5 ร้าน จะเห็นได้ชัดว่า คาเฟ่หมาในเมืองกรุง กำลังพัฒนาจากแนวคิด “ไปเล่นกับสุนัขของร้าน” สู่การสร้างพื้นที่ซึ่งคนและสุนัขสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้จริงมากขึ้น
HUND HAUS เป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดของแนวคิด Dog-first เพราะออกแบบตั้งแต่สนาม พื้นที่สงบ สระน้ำ ไปจนถึงบริการต่าง ๆ โดยวางพฤติกรรมและความต้องการของสุนัขไว้เป็นศูนย์กลาง
Trail and Tail แสดงให้เห็นการพัฒนาสู่ Community ขนาดใหญ่ที่สามารถใช้เวลาได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ทั้งเล่น ออกกำลังกาย รับบริการสุขภาพ และนั่งรับประทานอาหาร
Hoya & Friends Café นำเสนอความเรียบง่ายอีกแบบ ด้วยบรรยากาศบ้าน สุนัขประจำร้าน และอาหาร Brunch ทำให้เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้น้องหมาโดยไม่ต้องทำกิจกรรมตลอดเวลา
Childish Cafe เป็นตัวแทนของร้านอาหารและคาเฟ่รุ่นใหม่ที่มองการพาสุนัขเข้าร้านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะทาง ขณะที่ Come Escape Cafe แสดงให้เห็นว่าคาเฟ่สวนซึ่งมีอาหารและกาแฟเป็นจุดแข็งก็สามารถกลายเป็นจุดหมายของเจ้าของสุนัขได้ เมื่อมีพื้นที่และนโยบายที่เป็นมิตรกับสัตว์อย่างเหมาะสม
ดังนั้น การเลือก คาเฟ่หมายอดนิยมในเมืองกรุง ภาคนี้จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ หากต้องการพาน้องออกกำลังกาย HUND HAUS หรือ Trail and Tail น่าสนใจที่สุด หากอยากนั่งกินข้าวพร้อมสุนัข Hoya & Friends และ Childish Cafe ตอบโจทย์ ส่วนคนที่อยากหาสวนสวย บรรยากาศสงบ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ฝั่งธน Come Escape Cafe เป็นทางเลือกที่ควรเก็บไว้ในลิสต์
ท้ายที่สุด ความสนุกของคาเฟ่หมาไม่ได้วัดจากจำนวนสุนัขหรือจำนวนรูปที่ถ่ายได้เท่านั้น แต่เกิดจากการมีพื้นที่ที่เจ้าของกับสัตว์สามารถใช้เวลาร่วมกันโดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่คนรอบข้าง และที่สำคัญที่สุดคือน้องหมาต้องมีความสุขกับการเดินทางนั้นด้วย
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาเฟ่หมายอดนิยมในเมืองกรุง
คาเฟ่หมาในภาค 4 ต่างจากร้านในสามภาคแรกอย่างไร
ร้านในสามภาคก่อนหน้าส่วนใหญ่เป็น Dog Cafe ที่มีสุนัขของร้านและลูกค้าจ่ายค่าเข้าเพื่อเล่นกับน้องโดยตรง ขณะที่ภาค 4 เน้น Dog Community และ Pet Friendly Cafe มากขึ้น กล่าวคือ เหมาะกับเจ้าของที่มีสุนัขและต้องการพาสัตว์ของตนเองออกมาเที่ยวร่วมกัน
HUND HAUS และ Trail and Tail มีสนามและบริการสำหรับสุนัข ส่วน Hoya & Friends มี Resident Dogs และรับลูกค้าที่ต้องการใช้ชีวิตในบรรยากาศสุนัข ขณะที่ Childish และ Come Escape เน้นร้านอาหารและคาเฟ่ที่เปิดรับสัตว์เลี้ยง
ร้านไหนเหมาะกับพาสุนัขไปวิ่งเล่นมากที่สุด
HUND HAUS และ Trail and Tail เหมาะที่สุด เพราะมีสนาม Dog Park โดยเฉพาะ HUND HAUS มีพื้นที่ Off-leash และสระลักษณะธรรมชาติ ส่วน Trail and Tail มีสนามกลางแจ้งและ Happy Hall สำหรับสุนัขขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม สุนัขต้องมีสุขภาพและวัคซีนตามเกณฑ์ของแต่ละสถานที่ และเจ้าของต้องดูแลตลอดระยะเวลาที่ใช้งาน
ไม่มีสุนัข สามารถไปใช้บริการร้านเหล่านี้ได้ไหม
สามารถไปได้ โดยเฉพาะ Hoya & Friends Café, Childish Cafe และ Come Escape Cafe เพราะทำหน้าที่เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ตามปกติ ลูกค้าที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงสามารถเข้าไปนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มได้
Trail and Tail ก็สามารถเข้าไปใช้ร้านอาหารได้แม้ไม่มีสุนัข ส่วน HUND HAUS ควรตรวจสอบเงื่อนไขของพื้นที่แต่ละโซนก่อนเดินทาง
ร้านไหนเหมาะกับคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้ามากที่สุด
Trail and Tail ค่อนข้างสะดวกเพราะอยู่ในสุขุมวิท 39 สามารถใช้ BTS พร้อมพงษ์แล้วต่อรถช่วงสั้น ๆ
Childish Cafe สามารถเดินทางจาก BTS ห้าแยกลาดพร้าวหรือ MRT พหลโยธินได้ ส่วน Come Escape Cafe ใช้ BTS หรือ MRT บางหว้าแล้วต่อรถ
HUND HAUS และ Hoya & Friends Café ต้องต่อรถจากสถานีเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และสามารถใช้รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก
ควรเตรียมงบเท่าไรสำหรับเที่ยวคาเฟ่หมาหนึ่งวัน
หากไปคาเฟ่ Pet Friendly ทั่วไปอย่าง Hoya & Friends, Childish Cafe หรือ Come Escape Cafe งบประมาณประมาณ 300–700 บาทต่อคนมักเพียงพอสำหรับอาหาร เครื่องดื่ม และค่าเดินทางช่วงสั้น
หากเลือก Dog Community ที่มีค่าเข้าสนามหรือบริการ เช่น HUND HAUS หรือ Trail and Tail ควรเตรียมประมาณ 800–1,500 บาทขึ้นไปต่อทริป โดยเฉพาะกรณีใช้บริการสระ Grooming ซื้ออาหารสุนัข หรือใช้กิจกรรมพิเศษเพิ่มเติม
สิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบราคาจากร้านในวันที่เดินทาง เนื่องจากแพ็กเกจ โปรโมชั่น และเงื่อนไขของ คาเฟ่หมายอดนิยมในเมืองกรุง สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดปี