ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้

หลังจากภาค 1 และภาค 2 พาไปรู้จัก ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ตั้งแต่วังหลัง ราชพฤกษ์ เจริญนคร พุทธมณฑลสาย 2 เพชรเกษม บางขุนนนท์ บ้านแขก และตากสินกันไปแล้ว ภาค 3 จะขยายลายแทงออกไปอีก โดยเน้นร้านที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งร้านขนาดใหญ่ริมถนน ร้านในตลาดชุมชน ร้านที่ผสมข้าวแกงกับอาหารตามสั่ง ร้านสายเช้าที่เปิดตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น รวมถึงร้านที่เพิ่มขนมจีนน้ำยาใต้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งพระเอกของร้าน

สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเมื่อสำรวจ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ฝั่งธนหลายภาคต่อเนื่องกันคือ “ร้านข้าวแกงใต้” ไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว บางร้านเลือกทำเครื่องแกงเผ็ดร้อนชัดเจน ขณะที่บางร้านลดระดับความเผ็ดลงเพื่อให้กินได้ง่ายกับลูกค้าหลากหลายวัย ร้านหนึ่งอาจเด่นคั่วกลิ้ง อีกแห่งอาจเด่นแกงขี้เหล็ก แกงไตปลา หรือขนมจีนน้ำยากะทิ และหลายร้านยังมีผักสดกับน้ำพริกกะปิเป็นองค์ประกอบสำคัญของมื้ออาหาร

ร้านแรกในภาคนี้คือ ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ บนถนนพรานนก–กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นร้านขนาดค่อนข้างใหญ่ มีเมนูให้เลือกจำนวนมาก และข้อมูลล่าสุดระบุเปิดประมาณ 06.00–16.00 น. ในวันจันทร์–พฤหัสบดี รวมถึงเสาร์–อาทิตย์ ร้านมีที่จอดรถและค่าใช้จ่ายทั่วไปอยู่ในกลุ่มต่ำกว่า 100 บาทต่อคน รีวิวล่าสุดปี 2025 กล่าวถึงข้าวราดแกงพริกหมูกับคั่วกลิ้งหมูว่าเครื่องแกงเข้มและรสจัดจ้าน ขณะที่ร้านยังมีผักสดกับน้ำพริกกะปิให้รับประทานด้วย

นอกจากนี้ ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ยังได้รับการกล่าวถึงจาก The Spoon โดยเล่าที่มาว่าร้านพัฒนาจากอาหารที่เจ้าของทำรับประทานในกลุ่มปาร์ตี้ ก่อนต่อยอดสูตรจนกลายเป็นธุรกิจร้านอาหาร และได้รับการรับรอง “1 ช้อนทองคำ” จาก The Spoon ซึ่งยิ่งทำให้ร้านมีเรื่องราวมากกว่าข้าวแกงริมทางทั่วไป

อันดับสองคือ ครัวท่าหลา อาหารปักษ์ใต้ ภายในตลาดวัดประดู่ ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ใกล้โรงเรียนโพธิสาร ร้านเป็น Official บน Wongnai และปัจจุบันยังมีบริการเดลิเวอรี โดยข้อมูลหน้าร้านระบุว่าอยู่ภายในตลาดฝั่งบางระมาด เขตตลิ่งชัน วิธีเข้าที่สะดวกคือเลี้ยวเข้าข้างโลตัสและจอดรถด้านหลัง แล้วเดินเข้าไปในตลาด ร้านมีพื้นที่ขายอาหารใต้ประมาณ 3 ล็อกและเปิดช่วงบ่ายถึงค่ำเป็นหลักในหลายวัน แตกต่างจาก ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ส่วนใหญ่ที่เปิดตั้งแต่เช้าแล้วปิดบ่าย

ความน่าสนใจของครัวท่าหลาอยู่ที่รากของชื่อและอาหาร มีแหล่งรวบรวมร้านอาหารใต้ระบุว่าชื่อร้านเชื่อมโยงกับชุมชนท่าหลาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และร้านเน้นเมนูอาหารใต้ที่มีเอกลักษณ์ เช่น แกงเหลืองและเมนูพื้นบ้านต่าง ๆ ขณะที่เมนูเดลิเวอรีปัจจุบันยังแสดงรายการอย่างแกงขี้เหล็กกับปลาและต้มขาหมูใบชะมวง ซึ่งเป็นเมนูที่ทำให้ร้านแตกต่างจากข้าวแกงใต้ทั่วไปที่เน้นคั่วกลิ้งกับแกงไตปลาเพียงอย่างเดียว

อันดับสาม ข้าวแกงปักษ์ใต้โก้โบ้ตามสั่ง เพชรเกษม 63 เหมาะกับคนที่อยากได้ร้านซึ่งมีทั้งข้าวแกงและอาหารตามสั่ง ร้านตั้งอยู่เลขที่ 401/8 ซอยเพชรเกษม 63 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค จุดสังเกตตามข้อมูลร้านคือฝั่งตรงข้ามมีคาร์แคร์และร้านไก่ย่างวิเชียรบุรี ข้อมูลปัจจุบันระบุเปิดประมาณ 05.30–19.00 น. วันจันทร์–เสาร์ และประมาณ 07.00–19.00 น. วันอาทิตย์ จึงเป็นร้านที่ครอบคลุมตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อเย็นมากกว่าร้านข้าวแกงหลายแห่ง

อันดับสี่คือ ข้าวแกงปักษ์ใต้ครัวบ่าวเทียน ในเขตบางแค ซึ่งข้อมูลปัจจุบันระบุที่ตั้งเลขที่ 72 ภายในปั๊ม Caltex ถนนกาญจนาภิเษก ร้านเปิดจันทร์–เสาร์ประมาณ 05.30–14.30 น. มีที่จอดรถ รองรับประมาณ 11–40 ที่นั่ง และอยู่ในระดับราคาต่ำกว่า 100 บาท เมนูที่ระบบร้านแสดง เช่น แกงไตปลา 80 บาท ผัดลูกชิ้นปลากราย 79 บาท แกงเขียวหวานปลากราย 85 บาท หมูทอด 85 บาท และข้าวสวย 16 บาท จึงเป็นร้านที่มีราคาอ้างอิงค่อนข้างชัดเจนกว่าหลายร้านในซีรีส์นี้

ปิดท้ายด้วย แกงหอมหอม ข้าวแกงเมืองคอน พุทธมณฑลสาย 2 ร้านที่มีรีวิวสะสมมากกว่า 20 รายการและอยู่ในกลุ่มอาหารใต้ อาหารจานเดียว และอาหารเช้า ข้อมูลล่าสุดแสดงว่าเปิดช่วงเช้าประมาณ 06.00 น. และปิดราว 15.00 น. รีวิวระบุว่าข้าวราดแกงและขนมจีนเริ่มประมาณ 45 บาท มีผักกับน้ำพริกกะปิเติมได้ และเมนูเด่นประกอบด้วยขนมจีนน้ำยากะทิ ใบเหลียงผัดไข่ คั่วกลิ้งหมู และแกงขนุนไก่

ดังนั้น ภาค 3 ของ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม จะมีความหลากหลายมากกว่าสองภาคก่อนอย่างชัดเจน เพราะมีทั้งร้านระดับช้อนทองคำ ร้านตลาดชุมชน ร้านที่เปิดตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ร้านในปั๊มน้ำมัน และร้านที่ทำทั้งข้าวแกงกับขนมจีน เหมาะกับการใช้เป็นลายแทงกินอาหารใต้ฝั่งธนแบบต่อเนื่องค่ะ


เสน่ห์ของร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ภาค 3 คือ “ความต่างของเวลา ความต่างของเมนู และความต่างของรสมือ”

สิ่งที่น่าสนใจมากเมื่อเปรียบเทียบ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ทั้ง 5 แห่งในภาคนี้คือ แม้จะขายอาหารกลุ่มเดียวกัน แต่เวลาการให้บริการแตกต่างกันจนสามารถเลือกกินได้แทบตลอดวัน ครัวบ่าวเทียนและโก้โบ้เริ่มประมาณ 05.30 น. ต้อมเริ่มประมาณ 06.00 น. แกงหอมหอมก็เป็นร้านช่วงเช้า ขณะที่ครัวท่าหลากลับเริ่มเปิดช่วงบ่ายในหลายวัน ทำให้ร้านสุดท้ายเหมาะกับคนที่อยากกินอาหารใต้หลังเลิกงานมากกว่าร้านข้าวแกงสายเช้า

ความแตกต่างลำดับที่สองคือประเภทอาหาร ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้เน้นไลน์กับข้าวจำนวนมาก มีทั้งคั่วกลิ้ง แกงพริก สะตอ แกงส้ม หมูหวานและเมนูหมุนเวียน รีวิวหนึ่งระบุว่ากับข้าวมีจำนวนมากจนเลือกยาก พร้อมน้ำพริกและผักสดให้ตักตามชอบ จึงเหมาะกับคนที่มีความสุขกับการ “เลือกหน้าตู้” มากกว่ามีเมนูในใจตั้งแต่ก่อนมาถึง

ในทางกลับกัน ครัวท่าหลามีเมนูที่ให้บรรยากาศอาหารพื้นบ้านมากขึ้น ระบบเดลิเวอรีล่าสุดแสดงเมนูอย่างแกงขี้เหล็กกับปลาและต้มขาหมูใบชะมวง ขณะที่แหล่งรีวิวรวมพูดถึงแกงเหลืองและอาหารท้องถิ่นหลายรายการ ความแตกต่างนี้ทำให้ครัวท่าหลาเป็น ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ที่น่าสนใจสำหรับคนซึ่งอยากขยับจากเมนูมาตรฐานอย่างคั่วกลิ้งหรือแกงไตปลาไปลองอาหารที่พบไม่บ่อยนัก

โก้โบ้ก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เพราะชื่อร้านระบุชัดว่าเป็น “ข้าวแกงปักษ์ใต้โก้โบ้ตามสั่ง” จึงมีความยืดหยุ่นมากกว่าข้าวแกงล้วน และเวลาเปิดถึงประมาณ 19.00 น. ทำให้สามารถเป็นร้านมื้อเย็นได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติของร้านข้าวแกงใต้จำนวนมากที่อาหารหมดตั้งแต่ช่วงบ่าย

ครัวบ่าวเทียนเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกในการขับรถ เพราะอยู่ในปั๊ม Caltex ถนนกาญจนาภิเษก มีที่จอดรถและเปิดเช้าตั้งแต่ 05.30 น. ขณะเดียวกันเมนูไม่ได้มีเฉพาะอาหารใต้รสแรง เพราะมีทั้งแกงไตปลา หมูทอด แกงเขียวหวานปลากราย ผัดลูกชิ้นปลากราย และเมนูผัดต่าง ๆ จึงจัดจานสำหรับคนกินเผ็ดน้อยได้ง่าย

ส่วนแกงหอมหอมมีจุดเด่นเรื่อง “ข้าวแกง + ขนมจีน” รีวิวที่อัปเดตล่าสุดกล่าวถึงขนมจีนน้ำยากะทิว่าเป็นเมนูเด่น และมีข้าวราดแกงราคาเริ่มต้นประมาณ 45 บาท เมื่อรวมกับใบเหลียงผัดไข่ คั่วกลิ้งหมู และแกงขนุนไก่ ทำให้ร้านตอบโจทย์คนที่ไปกันหลายคนแล้วต้องการเลือกอาหารคนละประเภทได้ดี

เพราะฉะนั้น ความสนุกของ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ภาคนี้ไม่ใช่การค้นหาว่าใครเผ็ดที่สุด แต่เป็นการค้นหาว่า “ร้านไหนตรงกับมื้อและสไตล์ของเรา” มากที่สุด คนตื่นเช้ามีครัวบ่าวเทียน คนชอบตัวเลือกเยอะมีต้อม คนอยากกินขนมจีนมีแกงหอมหอม คนต้องการมื้อเย็นมีโก้โบ้ และคนตามหาอาหารพื้นบ้านในตลาดมีครัวท่าหลา


ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้

อันดับ 1 ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ ถนนพรานนก–กาญจนาภิเษก

ความเป็นมาของต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ จากอาหารในวงสังสรรค์สู่ร้านข้าวแกงใต้ที่มีเมนูให้เลือกแน่นร้าน

ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้เป็น ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ที่มีเรื่องราวเบื้องหลังค่อนข้างน่าสนใจเมื่อเทียบกับร้านข้าวแกงทั่วไป เพราะข้อมูลจาก The Spoon กล่าวถึงเจ้าของร้าน “คุณต้อม” และเล่าว่าจุดเริ่มต้นของรสชาติพัฒนามาจากอาหารที่ทำรับประทานกันในวงปาร์ตี้ ก่อนปรับสูตรและต่อยอดจนกลายเป็นร้านอาหารจริงในเวลาต่อมา ร้านยังได้รับการรับรองระดับ “1 ช้อนทองคำ” จาก The Spoon ด้วย

ปัจจุบันร้านตั้งอยู่บนเส้นถนนพรานนก–กาญจนาภิเษก หรือบริเวณพรานนกตัดใหม่ในเขตตลิ่งชัน รีวิวล่าสุดระบุว่าเป็นร้านค่อนข้างใหญ่ อยู่ริมถนน มีที่จอดรถข้างร้าน และสามารถจอดตามจุดที่อนุญาตริมถนนได้ ร้านมีทั้งข้าวราดแกงและกับข้าวแยก พร้อมไลน์อาหารจำนวนมากให้เลือก

ข้อมูลปัจจุบันของ Wongnai ระบุเวลาเปิดประมาณ 06.00–16.00 น. ในวันจันทร์–พฤหัสบดี รวมทั้งเสาร์และอาทิตย์ ขณะที่เดลิเวอรีแสดงช่วงประมาณ 06.00–15.00 น. ทุกวัน ช่วงราคาอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 บาทต่อคน และร้านมีที่จอดรถ

จุดเด่นและจุดเช็กอิน

จุดเด่นที่สุดของต้อมคือ “จำนวนกับข้าว” รีวิวหลายช่วงเวลาพูดตรงกันว่าร้านมีอาหารให้เลือกเยอะมาก บางคนถึงกับอธิบายว่าเลือกไม่ถูกเพราะถาดอาหารมีหลายรายการ และร้านมีผักสดกับน้ำพริกกะปิให้ลูกค้ารับประทานคู่กับข้าวแกง

จุดเช็กอินจึงไม่จำเป็นต้องเป็นมุมตกแต่ง แต่คือไลน์กับข้าวด้านหน้า การถ่ายภาพตู้หรือถาดอาหารหลายสีจะสะท้อนบุคลิกของร้านได้ดีที่สุด

บรรยากาศภายในร้าน

ร้านมีลักษณะโปร่งและเน้นโต๊ะสำหรับมื้อจานด่วน รีวิวล่าสุดเดือนเมษายน 2025 ระบุว่าร้านค่อนข้างใหญ่และมีอาหารหลากหลาย แต่ช่วงสายอากาศอาจค่อนข้างร้อน จึงเหมาะกับการมาช่วงเช้ามากกว่าช่วงแดดจัดสำหรับคนที่ไวต่ออากาศร้อน

บรรยากาศโดยรวมไม่ได้เป็นคาเฟ่ แต่ให้ความรู้สึกเป็น ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม สำหรับครอบครัว คนทำงาน และคนที่แวะกินระหว่างเดินทาง

เมนูยอดนิยม

รีวิวเดือนพฤษภาคม 2025 กล่าวถึง ข้าวราดแกงพริกหมู + คั่วกลิ้งหมู ว่าเครื่องแกงเข้มข้นและรสจัดจ้าน ขณะที่รีวิวก่อนหน้าพูดถึง สะตอผัดหมู, คั่วกลิ้ง, แกงส้มปลายอดมะพร้าว, ไข่พะโล้ และหมูหวาน เป็นรายการที่พบหรือเคยได้รับคำชม

ดังนั้น หากมาเป็นครั้งแรก ตัวเลือกที่น่าสนใจคือคั่วกลิ้งหนึ่งอย่าง แกงส้มหรือแกงพริกหนึ่งอย่าง และเพิ่มอาหารรสกลาง เช่น ไข่พะโล้ เพื่อช่วยให้รสในจานไม่หนักเกินไป

ราคาอาหาร

ร้านถูกจัดในช่วงราคา ต่ำกว่า 100 บาทต่อคน และรีวิวปี 2019 เคยระบุข้าวราดสองอย่างประมาณ 45 บาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาเก่า ไม่ควรถือเป็นราคาปัจจุบันปี 2026 โดยตรง ควรใช้เพียงเป็นหลักฐานว่าร้านอยู่ในกลุ่มข้าวแกงราคาจับต้องง่าย และสอบถามราคาหน้าร้านอีกครั้งค่ะ

การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ

สำหรับคนไม่มีรถ สามารถใช้รถไฟฟ้าหรือรถโดยสารเข้าสู่โซนตลิ่งชัน–ราชพฤกษ์ แล้วต่อแท็กซี่หรือรถผ่านแอปพลิเคชันมายังถนนพรานนก–กาญจนาภิเษก เนื่องจากร้านไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าโดยตรง การปักหมุดชื่อร้านจะช่วยให้คนขับค้นหาได้ง่ายกว่าอธิบายจากชื่อถนนอย่างเดียว

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

ใช้ถนนพรานนก–กาญจนาภิเษกมุ่งหน้าเส้นตลิ่งชัน จากนั้นปักหมุด “ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้” ร้านอยู่ริมถนนและมีที่จอดรถตามข้อมูลล่าสุด


ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้

อันดับ 2 ครัวท่าหลา อาหารปักษ์ใต้ – พุทธมณฑลสาย 1 ตลาดวัดประดู่

ครัวท่าหลา ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้บรรยากาศตลาดที่มีเมนูพื้นบ้านสุราษฎร์ฯ เป็นเอกลักษณ์

ครัวท่าหลาเป็น ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างจากร้านอื่นในบทความค่อนข้างชัด เพราะร้านตั้งอยู่ภายในตลาดวัดประดู่ ถนนพุทธมณฑลสาย 1 บริเวณบางระมาด เขตตลิ่งชัน ใกล้โรงเรียนโพธิสาร และไม่ได้เปิดเป็นร้านช่วงเช้าอย่างเดียว ข้อมูลปัจจุบันระบุวันต่าง ๆ เริ่มเปิดตั้งแต่ประมาณ 14.00–15.00 น. และปิดประมาณ 19.00–20.00 น. โดยวันศุกร์มีข้อมูลเปิดกว้างกว่าวันอื่น จึงควรตรวจสอบเวลาของวันเดินทางอีกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ความน่าสนใจของชื่อ “ท่าหลา” มาจากแหล่งข้อมูลที่อธิบายว่าร้านนำชื่อมาจากชุมชนท่าหลาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพยายามรักษาเอกลักษณ์ของอาหารปักษ์ใต้แบบท้องถิ่น จึงมีอาหารบางรายการที่ต่างจาก ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ซึ่งเน้นคั่วกลิ้ง หมูทอด และแกงไตปลาเป็นหลัก

จุดเช็กอินและเอกลักษณ์ของร้าน

จุดเช็กอินคือบรรยากาศตลาดวัดประดู่ ร้านอยู่ภายในตลาดและข้อมูลร้านระบุว่ามีพื้นที่ขายอาหารใต้ประมาณ 3 ล็อก วิธีเข้าที่สะดวกคือผ่านบริเวณโลตัสแล้วเข้าด้านข้างเพื่อจอดรถด้านหลัง จากนั้นเดินเข้าตลาด

ความรู้สึกจึงต่างจากร้านริมถนนอย่างต้อมหรือร้านในปั๊มอย่างครัวบ่าวเทียน เพราะครัวท่าหลาให้บรรยากาศ “เดินตลาดแล้วเลือกกับข้าว” มากกว่า

บรรยากาศ

ร้านเป็นร้านตลาดชุมชน บรรยากาศเรียบง่าย เน้นซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี ข้อมูลรีวิวของ Wongnai ระบุว่าผู้รีวิวมองร้านเหมาะกับเดลิเวอรี และมีบริการสั่งล่วงหน้าเพื่อรับเองที่ร้าน

สำหรับคนชอบร้านอาหารที่ไม่เน้นความหรู แต่ต้องการสัมผัสอาหารในตลาดจริง ๆ ครัวท่าหลาจะมีเสน่ห์มาก

เมนูยอดนิยมพร้อมราคา

ระบบเมนูปัจจุบันแสดง แกงขี้เหล็กกับปลา ประมาณ 60 บาท และมี ต้มขาหมูใบชะมวง รวมอยู่ในเมนูของร้านด้วย ขณะที่แหล่งรวบรวมอาหารใต้พูดถึงเมนูอย่างแกงเหลืองและอาหารพื้นบ้านอื่น ๆ ของทางร้าน

ราคาแต่ละรายการในช่องทางเดลิเวอรีอาจสูงกว่าหน้าร้าน จึงควรถามราคาหน้าร้านหากต้องการเปรียบเทียบงบจริง

เมนูที่เหมาะสำหรับคนเพิ่งลองอาหารใต้

หากยังไม่คุ้นกับแกงใต้มาก แนะนำเริ่มจากแกงขี้เหล็กหรืออาหารต้มก่อน แล้วค่อยเพิ่มแกงเหลืองหรือแกงเผ็ด เพราะร้านมีตัวเลือกที่ไม่จำเป็นต้องมีความเผ็ดร้อนทุกจาน

หากมากันหลายคน การซื้อเป็นกับข้าว 3–4 อย่างแล้วแชร์กันจะทำให้ได้ลองเมนูพื้นบ้านมากกว่าการเลือกเพียงข้าวราดสองอย่าง

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ

เดินทางมาถนนพุทธมณฑลสาย 1 บริเวณตลาดวัดประดู่ ใกล้โรงเรียนโพธิสาร แล้วเดินเข้าในตลาด สำหรับคนใช้รถไฟฟ้า วิธีใช้งานจริงคือเดินทางมายังฝั่งตลิ่งชันก่อน แล้วต่อแท็กซี่หรือรถผ่านแอปฯ เพราะไม่มีสถานีอยู่หน้าตลาดโดยตรง

การเดินทางด้วยรถส่วนตัว

ปักหมุด “ตลาดวัดประดู่ พุทธมณฑลสาย 1” ข้อมูลร้านแนะนำให้เข้าข้างโลตัสและนำรถไปจอดด้านหลังโลตัส จากนั้นเดินเข้าตลาดและมองหาร้านอาหารใต้ 3 ล็อก


ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้

อันดับ 3 ข้าวแกงปักษ์ใต้โก้โบ้ตามสั่ง เพชรเกษม 63

โก้โบ้ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ที่ตอบโจทย์ทั้งมื้อเช้า มื้อเย็น และคนอยากได้อาหารตามสั่ง

ถ้าคนหนึ่งต้องการ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ แต่เพื่อนอีกคนอยากกินอาหารตามสั่ง ร้านโก้โบ้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะชื่อร้านอย่างเป็นทางการคือ “ข้าวแกงปักษ์ใต้โก้โบ้ตามสั่ง” และเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงช่วงเย็น ปัจจุบันร้านอยู่เลขที่ 401/8 ซอยเพชรเกษม 63 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค จุดสังเกตตามฐานข้อมูลคือฝั่งตรงข้ามมีคาร์แคร์และร้านไก่ย่างวิเชียรบุรี

อีกสิ่งที่ต่างจากร้านข้าวแกงใต้ทั่วไปคือเวลาเปิด ร้านเปิด วันจันทร์–เสาร์ประมาณ 05.30–19.00 น. และวันอาทิตย์ประมาณ 07.00–19.00 น. ซึ่งหมายความว่าสามารถแวะทั้งมื้อเช้า กลางวัน และมื้อเย็นได้ ขณะที่ร้านข้าวแกงส่วนใหญ่ในซีรีส์นี้ปิดช่วงบ่าย

จุดเด่น

จุดเด่นหลักคือเวลาที่ยืดหยุ่น สำหรับคนเลิกงานช่วงเย็นแล้วยังอยากกิน ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ร้านนี้ได้เปรียบอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ร้านมีเบอร์ติดต่อสองหมายเลขและเป็น Official ในระบบ Wongnai ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะหรือสอบถามเมนูประจำวันก่อนเดินทางได้

บรรยากาศ

ข้อมูลปัจจุบันยังไม่มีรีวิวผู้ใช้จำนวนมากพอที่จะสรุปบรรยากาศเชิงคุณภาพอย่างมั่นใจ ดังนั้น สิ่งที่ยืนยันได้คือร้านเป็นร้านอาหารใต้ในซอยเพชรเกษม 63 และมีบริการอาหารในรูปแบบข้าวแกงและตามสั่ง

ในบทความเชิง SEO จึงควรนำเสนอร้านนี้ด้วยจุดเด่นเรื่อง “ความสะดวกและเวลาเปิด” มากกว่าการอ้างว่าร้านตกแต่งแบบใดโดยไม่มีหลักฐาน

เมนูยอดนิยมและราคา

ฐานข้อมูลปัจจุบันยังไม่มีรายการ “เมนูแนะนำโดยสมาชิก” เพียงพอที่จะจัดอันดับจานเด็ดอย่างน่าเชื่อถือ ดังนั้น ไม่ควรแต่งชื่อเมนูหรือราคาเฉพาะขึ้นมาเอง

อย่างไรก็ตาม ชื่อร้านและหมวดอาหารยืนยันว่าเป็นอาหารใต้ ข้าวแกง และตามสั่ง จึงเหมาะกับการไปดูเมนูจริงที่หน้าร้านในวันนั้น โดยเฉพาะร้านข้าวแกงซึ่งรายการกับข้าวเปลี่ยนได้ตามวัตถุดิบ

สำหรับราคา แนะนำดูป้ายก่อนสั่ง เพราะแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบไม่ได้แสดงราคาปัจจุบันครบพอที่จะใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงอย่างมั่นใจ

จุดแข็งสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน

หากมากันหลายคนและความต้องการไม่เหมือนกัน การมีทั้งข้าวแกงและตามสั่งช่วยลดปัญหาเรื่องการเลือกร้าน คนหนึ่งสามารถเลือกแกงใต้ ขณะที่อีกคนอาจเลือกอาหารตามสั่งที่คุ้นเคยกว่า

จุดนี้เหมาะกับครอบครัวซึ่งมีเด็กหรือผู้สูงอายุที่อาจไม่ต้องการแกงใต้รสจัดทุกคน

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ

เดินทางเข้าสู่ถนนเพชรเกษมในเขตบางแคแล้วต่อรถเข้าซอยเพชรเกษม 63 ร้านอยู่เลขที่ 401/8 โดยจุดสังเกตคือบริเวณตรงข้ามคาร์แคร์และร้านไก่ย่างวิเชียรบุรี

การเดินทางด้วยรถยนต์

ใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าบางแค แล้วเลี้ยวเข้าซอยเพชรเกษม 63 ปักหมุดชื่อร้านโดยตรงจะสะดวกที่สุด เนื่องจากร้านอยู่ภายในซอย ไม่ได้ตั้งอยู่บนถนนใหญ่โดยตรง


ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้

อันดับ 4 ข้าวแกงปักษ์ใต้ครัวบ่าวเทียน – ร้านเช้าในปั๊ม Caltex กาญจนาภิเษก

ครัวบ่าวเทียน ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้สำหรับคนขับรถที่อยากจอดง่ายและกินได้ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง

หนึ่งในปัญหาของการตามหา ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ในกรุงเทพฯ คือหลายร้านอร่อยแต่ไม่มีที่จอดรถ ครัวบ่าวเทียนจึงมีข้อได้เปรียบตั้งแต่ทำเล เพราะปัจจุบันร้านอยู่เลขที่ 72 ภายในปั๊ม Caltex ถนนกาญจนาภิเษก ในเขตบางแค ซึ่งทำให้คนเดินทางด้วยรถส่วนตัวสามารถแวะกินหรือซื้อกลับบ้านได้สะดวกกว่าร้านริมถนนที่ต้องเสี่ยงหาที่จอดเอง

ร้านเปิดวันจันทร์–เสาร์ประมาณ 05.30–14.30 น. ข้อมูลปัจจุบันระบุมีที่จอดรถ ที่นั่งประมาณ 11–40 ที่ และค่าใช้จ่ายในระดับต่ำกว่า 100 บาท นอกจากนี้ร้านยังมีเดลิเวอรีและเจ้าของร้านระบุแนวทางบริการว่าเน้นความเป็นกันเอง บริการเร็ว และใส่ใจลูกค้า

จุดเด่นของครัวบ่าวเทียน

เวลาเปิด 05.30 น. ทำให้ร้านเหมาะกับคนทำงานเช้า คนขับรถ หรือครอบครัวที่ต้องการซื้อกับข้าวก่อนเริ่มกิจกรรมประจำวัน หากเทียบกับ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ที่เริ่ม 07.00–08.00 น. ร้านนี้เริ่มได้เร็วกว่ามาก

อีกจุดคือมีข้อมูลเมนูและราคาปัจจุบันค่อนข้างชัดเจน ทำให้สามารถวางงบได้ง่ายกว่า

บรรยากาศ

ร้านอยู่ภายในพื้นที่ปั๊มน้ำมันและรองรับประมาณ 11–40 ที่นั่ง จึงเป็นบรรยากาศร้านจานด่วน เหมาะกับการนั่งรับประทานแบบไม่เป็นทางการหรือซื้อกลับบ้าน ข้อมูลรีวิวของ Wongnai ยังระบุว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จัดร้านในกลุ่มเหมาะกับมื้อจานด่วนและความประหยัด

เมนูยอดนิยมพร้อมราคา

ข้อมูลปัจจุบันแสดง แกงไตปลา 80 บาท, ผัดลูกชิ้นปลากราย 79 บาท, แกงเขียวหวานปลากราย 85 บาท, หมูทอด 85 บาท และข้าวสวย 16 บาท ขณะที่หน้าร้านเดลิเวอรีเคยแสดงผัดหมูกะปิและคั่วกลิ้งประมาณ 79 บาทในช่วงข้อมูลก่อนหน้า ราคาจึงควรใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงและตรวจสอบอีกครั้งในวันที่ซื้อ

นอกจากนี้ ยังมีภาพเมนู กระดูกหมูคั่ว บนหน้าร้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาหารที่น่าสนใจสำหรับสายเครื่องแกง

จัดมื้ออย่างไรให้สมดุล

หากกินเผ็ดเก่ง สามารถเลือกแกงไตปลากับกระดูกหมูคั่ว แล้วเพิ่มหมูทอดมาเป็นตัวตัดรส

หากกินเผ็ดไม่มาก แนะนำหมูทอดกับผัดลูกชิ้นปลากราย แล้วแบ่งแกงไตปลามาชิมเล็กน้อย จะทำให้มื้อเป็นมิติมากกว่าเลือกแกงรสจัดสองอย่างพร้อมกัน

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ

สามารถใช้รถสาธารณะเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษกในเขตบางแค แล้วลงบริเวณปั๊ม Caltex ที่ตั้งร้าน อย่างไรก็ตาม ถนนกาญจนาภิเษกเหมาะกับการต่อแท็กซี่หรือรถผ่านแอปฯ ในช่วงสุดท้ายมากกว่าการเดินจากสถานีรถไฟฟ้า

การเดินทางด้วยรถยนต์

ใช้ถนนกาญจนาภิเษกแล้วปักหมุด “ข้าวแกงปักษ์ใต้ครัวบ่าวเทียน” ร้านอยู่ภายในปั๊ม Caltex และมีพื้นที่จอดรถตามข้อมูลร้านปัจจุบัน


ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้

อันดับ 5 แกงหอมหอม ข้าวแกงเมืองคอน พุทธมณฑลสาย 2

แกงหอมหอม ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ที่มีทั้งข้าวแกงและขนมจีนน้ำยากะทิในร้านเดียว

หากกลุ่มเพื่อนมีคนหนึ่งอยากกินข้าวแกง แต่อีกคนอยากกินขนมจีน แกงหอมหอม ข้าวแกงเมืองคอน เป็นร้านที่ตอบโจทย์มาก เพราะร้านจัดอยู่ทั้งในหมวดอาหารใต้ อาหารจานเดียว และอาหารเช้า มีข้าวราดแกงพร้อมขนมจีนใต้ให้เลือก และปัจจุบันมีรีวิวสะสมมากกว่า 20 รายการ

ร้านอยู่โซนพุทธมณฑลสาย 2 และข้อมูลล่าสุดแสดงเวลาเปิดช่วงประมาณ 06.00–15.00 น. ในหลายวัน ขณะที่รีวิวร้านระบุราคาข้าวราดแกงและขนมจีนเริ่มประมาณ 45 บาท มีผักสดและน้ำพริกกะปิให้เติม และมีที่จอดรถ

จุดเด่นของร้าน

จุดเด่นคือความหลากหลายระหว่าง “ข้าวแกง” กับ “ขนมจีน” จึงไม่ต้องเลือกร้านประเภทใดประเภทหนึ่ง

อีกสิ่งคือร้านอยู่ในกลุ่ม ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ที่มีรีวิวจำนวนมากกว่าร้านบางแห่งในภาคนี้ ทำให้มีข้อมูลประสบการณ์ลูกค้าให้เปรียบเทียบพอสมควร ปัจจุบัน Wongnai แสดงเรตติ้งประมาณ 3.9 จากรีวิวและเรตติ้งมากกว่า 20 รายการ

บรรยากาศ

บรรยากาศเป็นร้านอาหารเช้าและข้าวแกง เน้นความสะดวกในการเลือกอาหาร มีทั้งกับข้าวหลายถาด ผัก น้ำพริก และขนมจีน

ช่วงสายก่อนเที่ยงเหมาะที่สุด เพราะอาหารยังมีตัวเลือกเยอะ และร้านปิดประมาณช่วงบ่าย

เมนูยอดนิยมพร้อมราคา

เมนูเด่นจากรีวิวคือ ขนมจีนน้ำยากะทิ โดยผู้รีวิวกล่าวถึงรสจัดจ้าน ขณะที่ข้าวราดแกงที่ลองมี ใบเหลียงผัดไข่, คั่วกลิ้งหมู และแกงขนุนไก่ รีวิวระบุราคาเริ่มต้นประมาณ 45 บาทและค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปต่ำกว่า 100 บาทต่อคน

ระบบเดลิเวอรีปัจจุบันยังแสดงเมนูอย่าง คั่วกลิ้งเนื้อ โดยราคาหน้าร้านที่บันทึกไว้ประมาณ 70 บาท ส่วนราคาในระบบเดลิเวอรีสูงกว่า ทำให้เห็นชัดว่าควรแยกราคาหน้าร้านกับราคาออนไลน์ออกจากกัน

เมนูที่ควรสั่งครั้งแรก

ถ้าอยากลองความเป็นร้านให้ครบ แนะนำแบ่งเป็นสองส่วน คือขนมจีนน้ำยากะทิหนึ่งชุด และข้าวราดคั่วกลิ้งกับใบเหลียงผัดไข่อีกหนึ่งจาน

ขนมจีนให้รสแกงแบบน้ำ ขณะที่คั่วกลิ้งเป็นแกงแห้ง และใบเหลียงผัดไข่ช่วยตัดเผ็ด ทำให้ได้สัมผัสอาหารใต้หลายรูปแบบในมื้อเดียว

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ

เดินทางเข้าสู่พุทธมณฑลสาย 2 แล้วต่อแท็กซี่หรือรถผ่านแอปพลิเคชันไปยังร้านโดยตรง เนื่องจากไม่มีสถานีรถไฟฟ้าอยู่หน้าร้าน

ถ้าเดินทางเป็นกลุ่ม 2–4 คน การแชร์ค่าแท็กซี่ช่วงสุดท้ายมักสะดวกกว่าการต่อรถหลายครั้ง

การเดินทางด้วยรถยนต์

ขับเข้าสู่พุทธมณฑลสาย 2 และปักหมุด “แกงหอมหอม ข้าวแกงเมืองคอน” รีวิวล่าสุดระบุว่าร้านมีที่จอดรถ จึงเหมาะกับคนเดินทางด้วยรถส่วนตัว


ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ย่านฝั่งธน ภาค 3

ร้านจุดเด่นเวลาอ้างอิงงบประมาณ/ราคาอ้างอิง
ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้กับข้าวเยอะ เครื่องแกงจัด ผัก–น้ำพริก06.00–16.00 น. หลายวันต่ำกว่า 100 บาท/คน
ครัวท่าหลาเมนูพื้นบ้าน ตลาดวัดประดู่ส่วนใหญ่ช่วงบ่าย–ค่ำแกงขี้เหล็กกับปลา 60 บาทในระบบ
โก้โบ้ เพชรเกษม 63ข้าวแกง + ตามสั่ง เปิดถึงเย็น05.30–19.00 น. จ.–ส.ตรวจสอบหน้าร้าน
ครัวบ่าวเทียนอยู่ในปั๊ม จอดรถง่าย เปิดเช้ามาก05.30–14.30 น. จ.–ส.เมนูราว 79–85 บาทหลายรายการ
แกงหอมหอมข้าวแกง + ขนมจีนประมาณ 06.00–15.00 น.เริ่มประมาณ 45 บาท

เวลาและราคาข้างต้นอ้างอิงข้อมูลร้านและรีวิวที่ตรวจสอบได้ในเดือนสิงหาคม 2026 และสามารถเปลี่ยนตามวัน วัตถุดิบ หรือช่องทางสั่งซื้อได้ค่ะ


เลือกร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ภาค 3 ร้านไหนดีให้ตรงกับสไตล์การกิน

การเลือก ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ไม่จำเป็นต้องดูว่าร้านใดได้คะแนนสูงที่สุดเสมอไป เพราะพฤติกรรมการกินของแต่ละคนแตกต่างกันมาก บางคนตื่นเช้า บางคนกินมื้อเย็น บางคนต้องมีที่จอดรถ ขณะที่อีกคนตั้งใจตามหาเมนูท้องถิ่นซึ่งไม่ได้พบในร้านทั่วไป

หากเป็นคนที่ชอบ “ยืนเลือกจนตาลาย” และอยากเห็นกับข้าวหลายประเภท ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ เหมาะที่สุด รีวิวหลายช่วงเวลาพูดตรงกันว่าอาหารเยอะ มีน้ำพริกและผักสด และเมนูอย่างคั่วกลิ้ง แกงพริกและสะตอให้รสใต้ค่อนข้างชัด

ถ้าคุณเบื่อเมนูมาตรฐานและอยากลองอาหารพื้นบ้านมากขึ้น ครัวท่าหลา น่าสนใจ เพราะมีอาหารอย่างแกงขี้เหล็กกับปลาและต้มขาหมูใบชะมวง รวมถึงแนวทางอาหารสุราษฎร์ธานีที่แหล่งรวบรวมร้านกล่าวถึง

หากต้องการร้านที่เปิดยาวและไปตอนเย็นได้ โก้โบ้ ได้เปรียบที่สุด เพราะเปิดถึงประมาณ 19.00 น. ต่างจาก ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ส่วนใหญ่ที่ปิดช่วงบ่าย และยังมีอาหารตามสั่งเป็นทางเลือกสำหรับสมาชิกในกลุ่มที่ไม่อยากกินแกง

คนที่เดินทางด้วยรถและต้องการความสะดวก ครัวบ่าวเทียน ตอบโจทย์ เพราะร้านอยู่ในปั๊ม Caltex มีที่จอดรถและเปิดตั้งแต่ 05.30 น. เมนูก็มีตั้งแต่แกงไตปลาถึงหมูทอด ทำให้เลือกทั้งเผ็ดและไม่เผ็ดได้

สุดท้าย หากชอบขนมจีนหรือไปกันหลายคนแล้วอยากได้ทั้งข้าวแกงและขนมจีน แกงหอมหอม เหมาะที่สุด ร้านมีขนมจีนน้ำยากะทิเป็นเมนูเด่น พร้อมข้าวราดแกงเริ่มประมาณ 45 บาทและผัก–น้ำพริกให้เติม

กล่าวโดยสรุปคือ สายเมนูเยอะเลือกต้อม, สายอาหารพื้นบ้านเลือกครัวท่าหลา, สายมื้อเย็นเลือกโก้โบ้, สายรถยนต์และมื้อเช้าเลือกครัวบ่าวเทียน และสายขนมจีนเลือกแกงหอมหอม


เมนูอะไรบ้างที่ควรตามเก็บเมื่อเที่ยวร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ฝั่งธนครบ 3 ภาค

หลังจากรวม 15 ร้านในสามภาค จะเห็นว่า ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ มีโลกของอาหารกว้างมากกว่าคั่วกลิ้งกับแกงไตปลาอย่างชัดเจน ดังนั้น การตามกินให้สนุกควรเลือก “เมนูต่างชนิด” ในแต่ละร้านแทนการสั่งรายการเดียวกันทุกแห่ง

สำหรับภาค 3 คั่วกลิ้งของต้อมเหมาะกับการใช้เป็นตัวแทนอาหารแห้ง รีวิวล่าสุดกล่าวถึงเครื่องแกงเข้มและเผ็ดร้อน ขณะที่สะตอผัดหมูก็เป็นอีกเมนูที่เคยได้รับการแนะนำ หากไปร้านนี้จึงไม่จำเป็นต้องสั่งแกงน้ำหลายชนิดพร้อมกัน

เมื่อไปครัวท่าหลา ควรเปลี่ยนแนวไปลองแกงขี้เหล็กกับปลา ต้มขาหมูใบชะมวง หรืออาหารพื้นบ้านที่มีในวันนั้น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวสร้างความแตกต่างจากร้านข้าวแกงใต้ทั่วไป

ที่ครัวบ่าวเทียน เมนูแกงไตปลายังเหมาะสำหรับคนที่ต้องการรสเข้มแบบใต้ ขณะที่แกงเขียวหวานปลากรายและผัดลูกชิ้นปลากรายเพิ่มเนื้อสัมผัสแบบอื่นเข้าไป ส่วนหมูทอดจะช่วยลดความร้อนของเครื่องแกงได้ดี

แกงหอมหอมควรใช้โอกาสลองขนมจีนน้ำยากะทิ เนื่องจากเป็นหนึ่งในเมนูที่ได้รับคำชมจากรีวิว และค่อยแบ่งข้าวราดคั่วกลิ้ง ใบเหลียงผัดไข่ หรือแกงขนุนไก่มาชิมร่วมกัน

เมื่อรวมกับภาค 1–2 เมนูที่น่าตามเก็บจะมีตั้งแต่แกงเหลือง แกงส้มใต้ แกงไตปลา คั่วกลิ้ง หมูผัดกะปิสะตอ แกงพริกไก่ใบยี่ร่า แกงหัวมันขี้หนู แกงใบชะพลู ปลาแดงทอดขมิ้น ขนมจีนน้ำยา ไปจนถึงแกงขี้เหล็กและต้มขาหมูใบชะมวง การกินแบบนี้จะทำให้ซีรีส์ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม มีความหลากหลายจริง ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนชื่อร้านแต่กินอาหารเหมือนกันทุกภาค


สูตรจัดจานร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ให้อร่อยครบโดยไม่เผ็ดจนกินต่อไม่ได้

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งคือการคิดว่าไปร้าน ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ แล้วต้องเลือกเมนูเผ็ดที่สุดทั้งหมดจึงจะถือว่า “กินถึง” แต่ในความเป็นจริง ร้านอาหารใต้ดั้งเดิมมักมีทั้งอาหารรสจัด อาหารทอด ผัดผัก ไข่ ต้ม และผักสดวางอยู่ร่วมกัน เพราะถูกออกแบบให้กินสลับรส

วิธีง่ายที่สุดคือใช้สูตร หนึ่งเผ็ด + หนึ่งกลาง + หนึ่งของทอดหรือผัก

ตัวอย่างจากต้อม หากเลือกคั่วกลิ้งหมูแล้ว เมนูที่สองอาจเป็นไข่พะโล้หรือหมูหวาน ไม่จำเป็นต้องเพิ่มแกงพริกอีกถ้วยทันที ส่วนผักสดและน้ำพริกของร้านสามารถรับประทานสลับเพื่อเปลี่ยนรสสัมผัส

ที่ครัวบ่าวเทียน หากเลือกแกงไตปลา 80 บาทเป็นจานเผ็ด สามารถจับคู่หมูทอด 85 บาท แล้วเพิ่มข้าวสวย วิธีนี้จะช่วยให้ได้ทั้งรสเข้ม ความกรอบ และแป้งจากข้าวโดยไม่ต้องสั่งแกงสองชนิดพร้อมกัน

ที่แกงหอมหอม สูตรที่ค่อนข้างสมดุลคือคั่วกลิ้งหมู + ใบเหลียงผัดไข่ เพราะใบเหลียงกับไข่มีรสนุ่มกว่า และยังมีผักสดกับน้ำพริกให้เติม ขณะที่คนกินเผ็ดน้อยสามารถเลือกขนมจีนน้ำยากะทิแล้วแบ่งกับข้าวรสอ่อนมากินร่วมกัน

ครัวท่าหลายิ่งเหมาะกับการจัดมื้อแบบแชร์ เพราะมีอาหารต้มและแกงพื้นบ้านต่างรูปแบบ หากซื้อแกงขี้เหล็กกับปลาแล้ว อาจเพิ่มต้มขาหมูใบชะมวงแทนแกงเผ็ดอีกถุง

สิ่งสำคัญอีกอย่างคืออย่ากินแกงโดยไม่มีผัก อาหารใต้มีธรรมเนียมการรับประทานผักเหนาะหรือผักสดควบคู่กับอาหารรสจัด ร้านหลายแห่งในซีรีส์นี้มีบริการผักกับน้ำพริกอยู่แล้ว การสลับแตงกวา ถั่ว มะเขือ หรือผักชนิดอื่นระหว่างคำจะทำให้มื้ออาหารบาลานซ์กว่าการดื่มน้ำเย็นตามแกงเผ็ดทุกคำ

ดังนั้น ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม สามารถกินได้ทั้งคนเผ็ดเก่งและเผ็ดน้อย เพียงรู้จักเลือกคู่เมนูให้เหมาะสม


ช่วงเวลาไหนเหมาะที่สุดสำหรับการไปกินร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ในภาค 3

เวลาเป็นปัจจัยสำคัญมากสำหรับ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ เพราะความหลากหลายของเมนูไม่ได้คงที่ตลอดวัน เมื่ออาหารยอดนิยมหมด ร้านอาจไม่ได้ทำหม้อใหม่ทันทีเหมือนร้านตามสั่ง ดังนั้น คนที่ตั้งใจเลือกอาหารหลายอย่างควรพิจารณาช่วงเวลาเปิดเป็นหลัก

ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ เปิดประมาณ 06.00–16.00 น. ในหลายวัน การมาประมาณ 07.00–10.00 น. จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเห็นกับข้าวเต็มไลน์มากกว่าการไปช่วงบ่าย

ครัวบ่าวเทียน เปิดตั้งแต่ 05.30 น. และปิดประมาณ 14.30 น. จึงเหมาะกับมื้อเช้าหนัก ๆ หรือซื้อกับข้าวไปกินช่วงกลางวัน หากต้องการแกงไตปลา คั่วกลิ้ง หรือของทอดหลากหลาย ควรมาก่อนเที่ยง

แกงหอมหอม เปิดประมาณ 06.00–15.00 น. และมีทั้งข้าวแกงกับขนมจีน ช่วง 07.00–10.30 น. เป็นช่วงที่เหมาะกับการเลือกทั้งสองประเภทพร้อมกัน

โก้โบ้ ต่างจากทุกแห่ง เพราะเปิดถึงประมาณ 19.00 น. จึงเหมาะที่สุดสำหรับคนที่อยากกิน ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม หลังเลิกงาน อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากได้กับข้าวหลากหลายที่สุด การไปช่วงเช้าหรือกลางวันย่อมมีโอกาสเลือกมากกว่าช่วงค่ำ

ส่วน ครัวท่าหลา เป็นข้อยกเว้น เพราะปัจจุบันเวลาเปิดหลายวันอยู่ในช่วงบ่ายประมาณ 14.00–15.00 น. ถึง 19.00–20.00 น. จึงเหมาะกับมื้อบ่ายหรือเย็น และเป็นร้านที่สามารถเก็บไว้เป็นจุดปิดท้ายทริปได้

กล่าวโดยง่าย หากจะจัด One Day Food Trip เริ่มครัวบ่าวเทียนหรือแกงหอมหอมช่วงเช้า กินต้อมช่วงเที่ยง และปิดท้ายครัวท่าหลาช่วงเย็นได้ แต่ไม่ควรพยายามกินครบ 5 ร้านในวันเดียว เพราะรสเครื่องแกงเข้มข้นและปริมาณอาหารจะทำให้การชิมหลัง ๆ ไม่สนุกเท่าที่ควร


วิธีเดินทางตามรอยร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ฝั่งธน ภาค 3 ทั้งรถสาธารณะและรถส่วนตัว

สำหรับคนที่ต้องการตามรอย ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ในภาคนี้ วิธีวางแผนที่ง่ายที่สุดคือแบ่งตามโซน แทนการเรียงตามอันดับของบทความ เพราะร้านกระจายตั้งแต่ตลิ่งชัน พุทธมณฑลสาย 1–2 ไปจนถึงบางแคและกาญจนาภิเษก

โซนแรกคือ ตลิ่งชัน–พรานนก–พุทธมณฑลสาย 1 ประกอบด้วยต้อมและครัวท่าหลา ต้อมอยู่เส้นพรานนก–กาญจนาภิเษกและมีที่จอดรถ ส่วนครัวท่าหลาอยู่ตลาดวัดประดู่ พุทธมณฑลสาย 1 หากขับรถมาเองสามารถจัดสองร้านในวันเดียวได้ง่ายกว่าร้านอื่น

โซนที่สองคือ บางแค–เพชรเกษม มีโก้โบ้และครัวบ่าวเทียน โก้โบ้อยู่ซอยเพชรเกษม 63 ขณะที่ครัวบ่าวเทียนอยู่ในปั๊ม Caltex ถนนกาญจนาภิเษก ร้านหลังจอดรถง่ายกว่า ส่วนร้านแรกได้เปรียบเรื่องเปิดถึงช่วงเย็น

โซนที่สามคือ พุทธมณฑลสาย 2 มีแกงหอมหอม เหมาะกับการเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือการใช้รถไฟฟ้ามาฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ แล้วต่อแท็กซี่ช่วงสุดท้าย ร้านมีข้อมูลว่ามีพื้นที่จอดรถ

สำหรับคนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ วิธีที่ใช้งานจริงที่สุดคือรถไฟฟ้า + แท็กซี่หรือรถผ่านแอปพลิเคชัน เพราะร้านส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ติดสถานี โดยเฉพาะครัวท่าหลา ครัวบ่าวเทียน และแกงหอมหอม

ส่วนคนขับรถเองได้เปรียบมากในซีรีส์ภาค 3 เพราะต้อมมีที่จอด ครัวบ่าวเทียนอยู่ในปั๊ม และแกงหอมหอมมีที่จอดตามข้อมูลรีวิว ขณะที่ครัวท่าหลามีวิธีเข้าจอดด้านหลังโลตัสก่อนเดินเข้าตลาดอย่างชัดเจน


ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ภาค 3 เหมาะกับใครบ้าง และควรเตรียมงบประมาณเท่าไร

ภาพรวมของ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ภาคนี้ยังถือว่าราคาเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับร้านอาหารใต้แบบสั่งเป็นจาน เพราะต้อมถูกจัดอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 บาทต่อคน ครัวบ่าวเทียนก็อยู่ระดับเดียวกัน ขณะที่แกงหอมหอมมีข้าวแกงและขนมจีนเริ่มประมาณ 45 บาท

สำหรับคนกินคนเดียว งบประมาณ 60–120 บาท ต่อมื้อถือว่าเผื่อได้ค่อนข้างสบายในร้านข้าวราดแกงทั่วไป หากเลือกข้าวหนึ่งจานกับกับข้าว 2–3 อย่างและเครื่องดื่ม แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงกรอบประมาณการจากระดับราคาของร้าน ไม่ใช่ราคาตายตัว เพราะอาหารพิเศษหรือการซื้อกับข้าวเป็นถุงสามารถเพิ่มยอดได้

ถ้ามากัน 2–4 คนและอยากลองหลายเมนู การสั่งกับข้าวเป็นจานหรือถุงแล้วแชร์กันจะเหมาะกว่า อาจเตรียมงบประมาณประมาณ 150–300 บาทต่อคน เพื่อให้สามารถเลือกอาหารหลายรายการ ของทอด และเครื่องดื่มได้โดยไม่ต้องจำกัดมากเกินไป ทั้งนี้ขึ้นกับร้านและปริมาณจริง

คนที่เน้นประหยัดควรเลือกต้อมหรือครัวบ่าวเทียน เพราะข้อมูลร้านจัดอยู่ในระดับ ฿ หรือต่ำกว่า 100 บาท ขณะที่แกงหอมหอมเริ่มประมาณ 45 บาทและมีผักกับน้ำพริกช่วยเพิ่มความหลากหลายโดยไม่ต้องสั่งกับข้าวจำนวนมาก

คนที่ชอบลองอาหารแปลกกว่าปกติควรยอมเผื่องบสำหรับครัวท่าหลา เพราะการสั่งกับข้าวแยก เช่น แกงขี้เหล็กกับปลา 60 บาท รวมกับต้มและอาหารอื่น ๆ จะทำให้ยอดสูงกว่าข้าวราดแกงจานเดียว แต่ได้ประสบการณ์ที่หลากหลายกว่า

ดังนั้น จุดแข็งของ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม คือสามารถปรับมื้อได้ตามงบ ตั้งแต่ข้าวราดแกงหลักสิบไปจนถึงการสั่งกับข้าวหลายอย่างแชร์กันทั้งโต๊ะ โดยยังไม่จำเป็นต้องใช้เงินระดับร้านอาหารเต็มรูปแบบ


บทสรุป 5 ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ย่านฝั่งธน ภาค 3

เมื่อรวมร้านในภาค 3 จะเห็นชัดขึ้นว่า ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ฝั่งธนไม่ได้มีรูปแบบเดียวเลย และนั่นคือเหตุผลที่ซีรีส์นี้สามารถต่อเนื่องถึง 3 ภาคโดยยังไม่รู้สึกว่าร้านซ้ำกัน

ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ เด่นที่สุดเรื่องจำนวนอาหารและความครบเครื่องของร้านข้าวแกง มีทั้งแกง พริกแกง ผัดสะตอ ของหวานรสกลาง ผักและน้ำพริก ประกอบกับที่จอดรถและเวลาทำการตั้งแต่เช้าถึงบ่าย ทำให้เหมาะกับครอบครัวและคนที่อยากเลือกอาหารหลายอย่าง ร้านยังมีเรื่องราวจากการพัฒนาสูตรอาหารของเจ้าของและได้รับ 1 ช้อนทองคำจาก The Spoon ด้วย

ครัวท่าหลา เป็นร้านที่ควรเก็บไว้สำหรับสายอาหารพื้นบ้าน เพราะเมนูอย่างแกงขี้เหล็กกับปลาและต้มขาหมูใบชะมวงสร้างความแตกต่างจากร้านอื่นอย่างชัดเจน บรรยากาศตลาดวัดประดู่ยังทำให้ร้านมีความเป็นชุมชนและเหมาะกับการแวะซื้อกับข้าวช่วงบ่าย–เย็น

โก้โบ้ เพชรเกษม 63 มีข้อดีเรื่องเวลา เพราะเปิดถึงประมาณ 19.00 น. และชื่อร้านระบุทั้งข้าวแกงปักษ์ใต้กับอาหารตามสั่ง จึงเหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่สมาชิกไม่ได้อยากกินอาหารใต้ทุกคน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสาธารณะปัจจุบันยังไม่มีรีวิวและราคาเมนูมากพอ จึงควรไปดูอาหารหน้าร้านจริงมากกว่ายึดข้อมูลออนไลน์

ครัวบ่าวเทียน เป็นหนึ่งใน ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ที่สะดวกที่สุดสำหรับรถยนต์ เพราะอยู่ในปั๊ม Caltex ถนนกาญจนาภิเษก เปิดตั้งแต่ 05.30 น. มีที่จอดรถ และราคาอาหารส่วนใหญ่ที่แสดงอยู่ประมาณหลักสิบ ไม่ว่าจะเป็นแกงไตปลา ผัดลูกชิ้นปลากราย หมูทอด หรือแกงเขียวหวานปลากราย

ส่วน แกงหอมหอม ข้าวแกงเมืองคอน เหมาะกับคนที่ต้องการความหลากหลายระหว่างข้าวแกงกับขนมจีน ขนมจีนน้ำยากะทิได้รับคำชมจากรีวิว ขณะที่คั่วกลิ้งหมู ใบเหลียงผัดไข่และแกงขนุนไก่ช่วยให้คนที่เลือกข้าวยังมีตัวเลือกจำนวนมาก ราคาเริ่มประมาณ 45 บาทจึงอยู่ในระดับมื้อประจำวัน

เมื่อรวมภาค 1–3 ตอนนี้ลายแทงมี ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ แล้ว 15 ร้าน กระจายหลายพื้นที่ของฝั่งธน ตั้งแต่ราชพฤกษ์ วังหลัง เจริญนคร พุทธมณฑลสาย 1–2 เพชรเกษม บางขุนนนท์ บ้านแขก ตากสิน บางแค และกาญจนาภิเษก ซึ่งทำให้เห็นว่าฝั่งธนเป็นพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมอาหารใต้ค่อนข้างแข็งแรงและสามารถตามกินหลายสัปดาห์โดยแทบไม่ต้องซ้ำร้าน

สิ่งสำคัญคืออย่าตัดสิน ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม จากจำนวนรีวิวเพียงอย่างเดียว เพราะร้านข้าวแกงจำนวนมากพึ่งพาลูกค้าประจำในชุมชนมากกว่าโซเชียลมีเดีย บางร้านมีรีวิวน้อยแต่เปิดตั้งแต่ตีห้าและมีคนท้องถิ่นซื้ออาหารทุกวัน ในขณะที่ร้านดังอาจมีรีวิวหลายร้อยรายการ ทั้งสองรูปแบบสามารถมีคุณค่าในแบบของตัวเอง

สำหรับคนเริ่มซีรีส์ภาค 3 หากอยากได้ร้านที่มีข้อมูลและเมนูหลากหลายที่สุดแนะนำเริ่มจาก ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ หากต้องการมื้อเช้าและจอดรถง่ายเลือก ครัวบ่าวเทียน ถ้าอยากกินขนมจีนควบคู่กับแกงเลือก แกงหอมหอม ถ้าต้องการมื้อเย็นเลือก โก้โบ้ และหากตั้งใจตามหาเมนูพื้นบ้านใต้ไม่เหมือนร้านอื่นให้เลือก ครัวท่าหลา

ท้ายที่สุด เสน่ห์ที่แท้จริงของ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ คือความไม่แน่นอนที่น่าตื่นเต้น วันนี้เราอาจเจอแกงขี้เหล็ก พรุ่งนี้เป็นแกงขนุน วันถัดไปอาจมีสะตอ ลูกเหรียง หมูทอดหรือปลาทอดขมิ้น การไปช่วงที่อาหารยังครบ เลือกหนึ่งเมนูเผ็ดหนึ่งเมนูตัดรส แล้วอย่าลืมผักสดและน้ำพริก คือวิธีกินข้าวแกงใต้ที่ทั้งอร่อยและทำให้เราเข้าใจเสน่ห์ของอาหารใต้ได้มากขึ้น


Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ย่านฝั่งธน

ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ภาค 3 ร้านไหนมีเมนูให้เลือกเยอะที่สุด

จากข้อมูลรีวิวที่ตรวจสอบได้ ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ เด่นที่สุดเรื่องจำนวนกับข้าว รีวิวหลายช่วงเวลาระบุว่าอาหารมีให้เลือกเยอะมาก และร้านมีทั้งข้าวราดแกง กับข้าว ผักสด และน้ำพริกกะปิให้รับประทานร่วมกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือเมนูไม่ได้จำกัดเฉพาะแกงไตปลาและคั่วกลิ้ง แต่มีสะตอ แกงส้ม แกงพริก ไข่พะโล้ หมูหวาน รวมถึงอาหารหมุนเวียนอื่น ๆ ดังนั้น หากเป็นคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอาหารใต้ชนิดไหน ร้านที่มีตัวเลือกเยอะจะเหมาะมาก เพราะสามารถเลือกทั้งเมนูเผ็ดและเมนูไม่เผ็ดในจานเดียวกัน

แกงหอมหอมก็มีความหลากหลายอีกแบบ เพราะมีทั้งข้าวแกงและขนมจีน ทำให้กลุ่มเพื่อนสามารถเลือกคนละประเภทได้

หากนิยาม “เมนูเยอะ” ว่าหมายถึงอาหารพื้นบ้านที่ต่างจากร้านทั่วไป ครัวท่าหลาก็น่าสนใจ เพราะมีรายการอย่างแกงขี้เหล็กกับปลาและต้มขาหมูใบชะมวง

ดังนั้น ถ้าอยากเห็นตู้ข้าวแกงเต็ม ๆ ให้เริ่มต้อม ถ้าอยากได้ข้าวแกงพร้อมขนมจีนเลือกแกงหอมหอม และถ้าอยากหาเมนูพื้นบ้านให้ลองครัวท่าหลาค่ะ


ร้านไหนเหมาะกับคนที่ต้องออกจากบ้านเช้ามากที่สุด

ครัวบ่าวเทียน และ โก้โบ้ เป็นสองร้านที่เปิดเร็วที่สุดในภาคนี้ โดยข้อมูลปัจจุบันระบุเริ่มประมาณ 05.30 น.

ครัวบ่าวเทียนเหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนใช้รถ เพราะร้านอยู่ในปั๊ม Caltex ถนนกาญจนาภิเษก มีที่จอดรถและปิดประมาณ 14.30 น. จึงมีลักษณะเป็น ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ สำหรับมื้อเช้าและกลางวันชัดเจน

โก้โบ้เปิด 05.30 น. เช่นกันในวันจันทร์–เสาร์ แต่ข้อได้เปรียบคือเปิดยาวไปถึงประมาณ 19.00 น. จึงไม่จำเป็นต้องรีบไปเฉพาะตอนเช้า

ต้อมกับแกงหอมหอมเริ่มประมาณ 06.00 น. ซึ่งก็ถือว่าเช้ามากเช่นกัน ส่วนครัวท่าหลามีลักษณะตรงข้าม เพราะเปิดช่วงบ่ายในหลายวัน

ดังนั้น หากต้องเดินทางออกต่างจังหวัดช่วงเช้าและผ่านกาญจนาภิเษก ครัวบ่าวเทียนเหมาะที่สุด แต่ถ้าอยู่เพชรเกษมและอยากได้ร้านเปิดตั้งแต่เช้าถึงเย็น โก้โบ้จะยืดหยุ่นกว่าค่ะ


คนกินเผ็ดไม่เก่งควรเลือกร้านไหน และสั่งอะไรดี

คนกินเผ็ดไม่เก่งสามารถกิน ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ได้ทุกแห่ง เพียงไม่ควรเลือกแกงเผ็ดหลายชนิดพร้อมกัน

ที่ครัวบ่าวเทียนสามารถเลือก หมูทอด หรือ ผัดลูกชิ้นปลากราย เป็นเมนูหลัก แล้วชิมแกงไตปลาเพียงเล็กน้อย ร้านมีเมนูทั้งรสจัดและรสกลาง จึงจัดมื้อได้ง่าย

ที่แกงหอมหอมสามารถเลือก ใบเหลียงผัดไข่ คู่คั่วกลิ้งหมู ใบเหลียงกับไข่จะช่วยให้รสโดยรวมไม่แรงเกินไป และร้านยังมีผักสดให้รับประทานร่วมกับอาหาร

ต้อมมีไข่พะโล้และหมูหวานปรากฏในรีวิว ซึ่งสามารถใช้เป็นเมนูตัดรสเมื่อต้องการลองคั่วกลิ้งหรือแกงพริก

อีกเทคนิคคืออย่าสั่ง “คั่วกลิ้ง + แกงไตปลา + แกงเหลือง” พร้อมกันตั้งแต่มื้อแรก เพราะรสทั้งสามค่อนข้างเข้ม เลือกเพียงหนึ่งอย่างแล้วเพิ่มของทอด ผัดผัก หรือไข่จะกินสนุกกว่า

ดังนั้น คนกินเผ็ดน้อยไม่จำเป็นต้องกลัว ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ เพียงแจ้งร้านว่าต้องการเมนูเผ็ดน้อยและเลือกอาหารให้มีรสกลางอยู่ในจานเสมอค่ะ


งบประมาณไม่เกิน 100 บาทต่อคนมีร้านไหนที่เหมาะบ้าง

ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ และ ครัวบ่าวเทียน มีข้อมูลร้านจัดอยู่ในช่วงราคาต่ำกว่า 100 บาทต่อคนอย่างชัดเจน

สำหรับแกงหอมหอม รีวิวระบุข้าวราดแกงและขนมจีนเริ่มประมาณ 45 บาท และค่าใช้จ่ายในรีวิวอยู่ต่ำกว่า 100 บาทต่อคน จึงเหมาะกับงบประเภทนี้เช่นกัน

ครัวบ่าวเทียนมีตัวอย่างราคากับข้าวประมาณ 79–85 บาทต่อรายการ แต่หากสั่งข้าวราดแกงหน้าร้านอาจมีรูปแบบราคาต่างจากการซื้อกับข้าวแยก จึงควรดูป้ายหน้าร้านก่อน

ครัวท่าหลามีตัวอย่างแกงขี้เหล็กกับปลา 60 บาทในระบบเดลิเวอรี แต่หากสั่งหลายถุงพร้อมข้าว งบอาจเกิน 100 บาทได้ง่าย

สำหรับโก้โบ้ยังไม่มีข้อมูลราคาปัจจุบันเพียงพอที่จะยืนยันกรอบงบ จึงไม่ควรเดาตัวเลขให้ผู้บริโภค

ดังนั้น หากต้องควบคุมงบชัด ๆ ให้เริ่มจากต้อมหรือแกงหอมหอม และเลือกข้าวราด 1–2 อย่างแทนการสั่งกับข้าวเป็นถุงหลายชนิดค่ะ


ถ้ามีเวลาไปร้านเดียวในภาค 3 ควรเลือกร้านไหน

หากต้องการประสบการณ์ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ที่ครบที่สุดในครั้งเดียว ต้อม ข้าวแกงปักษ์ใต้ เป็นตัวเลือกที่เด่น เพราะมีข้อมูลเรื่องความเป็นมาของร้าน มีรางวัลจาก The Spoon มีอาหารจำนวนมาก ผัก น้ำพริก ที่จอดรถ ราคาไม่สูง และเปิดตั้งแต่เช้าถึงช่วงบ่าย

แต่คำตอบจะเปลี่ยนทันทีหากมีเงื่อนไขเฉพาะ หากต้องการอาหารเช้าตรู่และเดินทางด้วยรถ ให้เลือก ครัวบ่าวเทียน เพราะเปิด 05.30 น. และอยู่ในปั๊ม หากต้องการมื้อเย็นให้เลือก โก้โบ้ เพราะเปิดถึง 19.00 น. หากชอบขนมจีนเลือก แกงหอมหอม และถ้าอยากได้อาหารพื้นบ้านไม่ซ้ำเมนูทั่วไปให้เลือก ครัวท่าหลา

ดังนั้น คำว่า ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ยอดนิยม ที่ “ดีที่สุด” ควรแปลว่า “ตรงกับโจทย์ของมื้อนั้นที่สุด” มากกว่าใช้คะแนนเพียงอย่างเดียว เพราะร้านข้าวแกงแต่ละร้านมีเวลาเปิด ทำเล เมนูและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *