
หลังจากภาคแรกพาไปรู้จัก คาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑล ที่มีทั้งสนามเด็กเล่นในร่ม สวนน้ำ บ้านต้นไม้ และฟาร์มกิจกรรมกันไปแล้ว ภาค 2 นี้จะขยายเส้นทางให้ครอบคลุมพื้นที่พุทธมณฑลสาย 2 ศาลายา นครชัยศรี สามพราน และบริเวณถนนบรมราชชนนีมากขึ้น โดยยังคงเลือกสถานที่ซึ่งเด็กมีกิจกรรมให้ทำจริง ขณะเดียวกันผู้ใหญ่สามารถรับประทานอาหาร ดื่มกาแฟ หรือนั่งพักในบริเวณใกล้เคียงได้
ความน่าสนใจของ คาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑลยอดนิยม ในภาคนี้คือแต่ละร้านมีรูปแบบต่างกันอย่างชัดเจน ร้านแรกอย่าง Giggles House of Play and Kids Cafe เป็น Indoor Kids Cafe ที่เหมาะกับวันที่อากาศร้อน ฝนตก หรือครอบครัวต้องการพื้นที่เล่นสะอาดและควบคุมเวลาได้ง่าย
ส่วน Dubua Cafe เป็นฟาร์มคาเฟ่ขนาดใหญ่ในนครชัยศรี มีพื้นที่หลายสิบไร่ ล้อมรอบด้วยบึงบัว สัตว์ กิจกรรมปั่นจักรยาน ปั่นเรือ ให้อาหารสัตว์ และโซนตลาด เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาเกือบทั้งวันโดยไม่จำกัดอยู่ในสนามเด็กเล่นเพียงห้องเดียว ร้านเปิดทุกวันประมาณ 08.00–18.00 น. และมีข้อมูลว่าค่าเข้าพื้นที่หลักฟรี แต่บางกิจกรรมคิดค่าใช้จ่ายแยก
ร้านที่สามคือ Say Hay Cafe Cuisine บริเวณพุทธมณฑลสาย 7 ร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศร่มรื่นที่มี Mini Zoo ฟาร์มเมล่อน สระน้ำ และพื้นที่กลางแจ้ง เหมาะกับเด็กที่ชอบสัตว์และธรรมชาติ โดยข้อมูลร้านระบุเปิดทุกวันประมาณ 11.00–20.00 น.
The Three Little Pigs Farm & Café ใกล้วัดไร่ขิงเป็นอีกหนึ่งฟาร์มคาเฟ่ซึ่งมีทั้งเป็ด ไก่ ห่าน กระต่าย พื้นที่ริมน้ำ เรือ และอาหารแบบครอบครัว ร้านเปิดประมาณ 09.00–21.00 น. หรือ 09.30–21.00 น. ตามข้อมูลแต่ละช่องทาง จึงควรตรวจสอบเวลาในวันที่เดินทางอีกครั้ง
ปิดท้ายด้วย Chale’t Cafe at Wood Park บนถนนบรมราชชนนีใกล้พุทธมณฑลสาย 3 คาเฟ่และร้านอาหารบรรยากาศสวนไม้ มีพื้นที่กลางแจ้ง อาหารปิ้งย่าง และมุมสำหรับครอบครัว ข้อมูลร้านล่าสุดที่พบระบุเปิดประมาณ 10.00–21.00 น. และมีที่จอดรถด้านข้างกับด้านหลัง
ดังนั้น บทความภาคนี้ไม่ได้เรียงลำดับจากร้านที่มีเครื่องเล่นมากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากความหลากหลายของกิจกรรม ความเหมาะสมตามช่วงวัย บรรยากาศ การเดินทาง และความสะดวกของผู้ปกครองร่วมกัน
เลือกคาเฟ่เด็กแบบไหนให้เหมาะกับครอบครัว
ก่อนเลือก คาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑล ผู้ปกครองควรพิจารณาว่าเด็กชอบกิจกรรมแบบใด เพราะคำว่า Kids Cafe หรือ Family Cafe ครอบคลุมสถานที่หลายรูปแบบมาก ตั้งแต่ Indoor Playground ที่ต้องซื้อบัตรเป็นรอบ ไปจนถึงฟาร์มคาเฟ่ซึ่งเข้าพื้นที่ฟรีแต่เสียค่ากิจกรรมเป็นรายการ
หากมีเด็กเล็กและต้องการควบคุมความสะอาด อุณหภูมิ และเวลาการเล่น Giggles เหมาะกว่า เพราะเป็นพื้นที่ในร่ม มีเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ ห้องดูแลเด็ก ที่จอดรถ และสนามเด็กเล่นหลายประเภท ข้อมูลปัจจุบันระบุรอบบริการตัวอย่าง 09.30–12.30 น., 13.00–16.00 น. และ 16.30–19.30 น.
ตรงกันข้าม หากเด็กชอบวิ่ง เล่นกลางแจ้ง ขี่จักรยาน ดูสัตว์ หรือพายเรือ Dubua Cafe และ The Three Little Pigs เหมาะกว่า เพราะใช้พื้นที่ธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลัก เด็กสามารถสลับกิจกรรมได้หลายอย่างโดยไม่ต้องอยู่ในห้องเล่นตลอดเวลา
Say Hay เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการร้านอาหารจริงจังควบคู่กับ Mini Zoo ขณะที่ Chale’t เหมาะกับครอบครัวที่อยากรับประทานอาหารในสวนและใช้เวลาแบบไม่เร่งรีบมากกว่าการพาเด็กไปสนามเล่นเต็มรูปแบบ
อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือระยะเวลาที่เด็กสามารถอยู่ได้ Indoor Kids Cafe ซึ่งคิดค่าเข้าเป็นรอบมักเหมาะกับทริปประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ฟาร์มคาเฟ่อาจอยู่ได้ครึ่งวันหรือเต็มวัน โดยเฉพาะ Dubua ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 54 ไร่ตามข้อมูลรีวิวปัจจุบัน
สุดท้าย ควรตรวจสอบเรื่องถุงเท้ากันลื่น ค่าเข้าผู้ใหญ่ กติกาอาหารจากภายนอก พื้นที่ให้นม ห้องเปลี่ยนผ้าอ้อม และการจองรอบล่วงหน้า เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อความสะดวกมากกว่าภาพถ่ายสวยเพียงอย่างเดียว

อันดับที่ 1 Giggles House of Play and Kids Cafe พุทธมณฑลสาย 2
ความเป็นมาและแนวคิดของ Giggles Kids Cafe
Giggles House of Play and Kids Cafe เป็น คาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑล ที่เปิดในโซนพุทธมณฑลสาย 2 และได้รับความสนใจจากครอบครัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเน้นสนามเด็กเล่นในร่ม ของเล่นใหม่หลายประเภท และการจัดพื้นที่ให้เด็กสามารถเล่นได้ทั้งกิจกรรมใช้พลังงานกับบทบาทสมมติ
ข้อมูลจากร้านระบุเวลาเปิดโดยทั่วไปประมาณ 09.30–19.30 น. และมีการแบ่งรอบ เช่น 09.30–12.30 น., 13.00–16.00 น. และ 16.30–19.30 น. รอบละประมาณ 3 ชั่วโมง
ราคาปกติที่ปรากฏในข้อมูลประชาสัมพันธ์บางช่วงอยู่ที่ประมาณ 490 บาทต่อเด็ก 1 คน เล่นได้ 3 ชั่วโมง ขณะที่ช่วงโปรโมชั่นอาจลดเหลือประมาณ 400 บาท หรือมีแพ็กเกจเริ่มต้นประมาณ 250 บาท จึงควรสอบถามราคาของวันที่ต้องการไปโดยตรง ไม่ควรยึดราคาจากโพสต์โปรโมชั่นเก่า
ภาพบรรยากาศและโซนกิจกรรม
ภายใน Giggles เน้นสีสดใสและอุปกรณ์ Soft Play มีสไลเดอร์ บ่อบอล ของเล่นสำหรับปีนป่าย มุมครัว ร้านค้า และบทบาทสมมติ เหมาะกับเด็กวัยเตาะแตะจนถึงประถมต้น
รีวิวครอบครัวกล่าวถึงพื้นที่ซึ่งสะอาด เป็นระเบียบ มีของเล่นหลายหมวด และเด็กสามารถปล่อยพลังได้จริง โดยเฉพาะสไลเดอร์ มุมครัว และของเล่นเคลื่อนไหว
พื้นที่ยังมีเครื่องฟอกอากาศ ห้องดูแลเด็ก และที่จอดรถ จึงตอบโจทย์ผู้ปกครองที่ต้องการความสะดวกในการพาเด็กเล็กมาใช้บริการ
ค่าเข้าและงบประมาณ
ตัวเลขที่พบจากข้อมูลประชาสัมพันธ์ ได้แก่
- ค่าเข้าปกติเด็กประมาณ 490 บาทต่อ 3 ชั่วโมง
- ราคาพิเศษบางช่วงประมาณ 400 บาทต่อ 3 ชั่วโมง
- โปรโมชั่นหรือแพ็กเกจเริ่มต้นประมาณ 250 บาท
- ค่าเข้าผู้ใหญ่อาจรวมบางจำนวนตามแพ็กเกจ
ราคาสามารถเปลี่ยนได้ตามวันธรรมดา วันหยุด Voucher และโปรโมชั่น ควรสอบถามจำนวนผู้ใหญ่ที่เข้าฟรีก่อนชำระเงิน
ครอบครัวเด็ก 1 คน ผู้ใหญ่ 2 คนควรเตรียมงบรวมค่าเข้า อาหาร และเครื่องดื่มประมาณ 900–1,700 บาท
เมนูอาหารและราคาโดยประมาณ
Giggles มีบริการอาหารและเครื่องดื่มภายในร้าน โดยรีวิวระบุว่าสั่งผ่านระบบแอปพลิเคชัน แบ่งหมวดหมู่ชัดเจน และมีเมนูซึ่งครอบครัวรับประทานร่วมกันได้
ช่วงราคาที่ควรเตรียม ได้แก่
- อาหารเด็ก 120–220 บาท
- ข้าวหรือพาสต้า 150–280 บาท
- พิซซ่า 200–400 บาท
- ของทอด 100–220 บาท
- กาแฟ 80–150 บาท
- ชา โกโก้ หรือเครื่องดื่มเด็ก 70–140 บาท
- เค้กหรือของหวาน 90–200 บาท
ราคากลุ่มนี้เป็นงบประมาณโดยประมาณ ไม่ใช่เมนูยืนยัน
ขั้นตอนเข้าใช้บริการ
ควรจองรอบล่วงหน้าผ่าน Facebook, LINE หรือโทรศัพท์ โดยแจ้งจำนวนเด็ก อายุเด็ก และจำนวนผู้ใหญ่
ควรไปถึงก่อนรอบอย่างน้อย 15 นาที เพื่อชำระเงิน เปลี่ยนถุงเท้า เก็บรองเท้า และอธิบายกติกากับเด็ก
เด็กและผู้ใหญ่ควรเตรียมถุงเท้ากันลื่น แม้ร้านอาจมีจำหน่าย แต่การนำไปเองช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
การเดินทางด้วยรถสาธารณะ
สามารถใช้ MRT ลงสถานีหลักสองหรือบางแค แล้วต่อแท็กซี่หรือรถผ่านแอปพลิเคชันเข้าสู่พุทธมณฑลสาย 2
ผู้ใช้ BTS สามารถลงสถานีบางหว้าแล้วต่อรถได้เช่นกัน ควรส่งหมุดร้านให้คนขับ เพราะทางเข้าร้านอาจต้องสังเกตบริเวณใกล้ร้านสะดวกซื้อ
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
ใช้ถนนเพชรเกษม กาญจนาภิเษก หรือบรมราชชนนี เชื่อมเข้าสู่พุทธมณฑลสาย 2 แล้วเปิดระบบนำทางไปยัง Giggles House of Play and Kids Cafe
ร้านมีที่จอดรถ แต่วันหยุดควรออกเดินทางก่อนเวลา เพราะครอบครัวส่วนใหญ่มาถึงใกล้เวลาเริ่มรอบพร้อมกัน

อันดับที่ 2 Dubua Cafe ฟาร์มคาเฟ่ขนาดใหญ่ในนครชัยศรี
ความเป็นมาของ Dubua Cafe
Dubua Cafe หรือดูบัว คาเฟ่ เป็นฟาร์มคาเฟ่ขนาดใหญ่ในอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีพื้นที่ประมาณ 54 ไร่ ล้อมรอบด้วยบึงบัว ทางเดิน ธรรมชาติ และกิจกรรมสำหรับครอบครัว
ร้านเปิดทุกวันประมาณ 08.00–18.00 น. ตามข้อมูลเพจทางการ และมีที่จอดรถขนาดใหญ่
จุดแข็งของ Dubua คือสามารถเป็นทั้งคาเฟ่ ฟาร์ม ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวในวันเดียว ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรสนามเด็กเล่นราคาแพง เพราะพื้นที่หลักเปิดให้เข้าฟรี แต่กิจกรรม เช่น ปั่นเรือ เช่าอุปกรณ์ ให้อาหารสัตว์ หรือเวิร์กช็อป อาจมีค่าใช้จ่ายแยก
ภาพบรรยากาศและกิจกรรม
ภายในพื้นที่มีบึงบัว สัตว์ ทางจักรยาน เรือถีบ ร้านอาหาร ร้านขนม ตลาด และมุมพักผ่อน เด็กสามารถให้อาหารสัตว์ ปั่นจักรยาน ปั่นเรือ ระบายสี และเดินเล่นได้
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็น Outdoor จึงเหมาะกับช่วงเช้า 08.00–10.00 น. หรือบ่ายหลัง 16.00 น. มากกว่าช่วงเที่ยง โดยรีวิวแนะนำให้เตรียมหมวก ร่ม และรองเท้าเดินสบาย
ค่าเข้าและค่ากิจกรรม
- ค่าเข้าพื้นที่หลัก: ฟรีตามข้อมูลรีวิวล่าสุด
- ปั่นเรือ: คิดค่าบริการแยก
- จักรยานหรืออุปกรณ์: อาจมีค่าเช่า
- อาหารสัตว์: ซื้อแยก
- กิจกรรมศิลปะ: คิดตามรายการ
แนะนำเตรียมงบกิจกรรมประมาณ 100–400 บาทต่อเด็ก ขึ้นอยู่กับจำนวนกิจกรรม
เมนูยอดนิยมและราคา
ข้อมูลร้านจัดอยู่ในระดับราคาประมาณ 101–250 บาทต่อคน และเมนูที่ได้รับการพูดถึงคือไอศกรีมกะทิ
งบประมาณเมนูโดยทั่วไป ได้แก่
- กาแฟ 60–120 บาท
- ชาและเครื่องดื่ม 50–110 บาท
- เค้กและขนม 70–160 บาท
- ไอศกรีมกะทิ 50–100 บาท
- อาหารจานเดียว 70–180 บาท
- อาหารแบ่งกัน 150–350 บาท
วันเสาร์–อาทิตย์ร้านอาหารและโซนตลาดมักเปิดมากกว่าวันธรรมดา
เหมาะกับใคร
เหมาะกับเด็กอายุประมาณ 2 ปีขึ้นไปที่ชอบสัตว์ ธรรมชาติ และกิจกรรมกลางแจ้ง
ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุสามารถมาได้ แต่ควรเตรียมรถเข็นหรือเลือกเดินเฉพาะโซนใกล้คาเฟ่ เนื่องจากพื้นที่กว้าง
การเดินทางด้วยรถสาธารณะ
ใช้รถไฟหรือรถตู้มายังศาลายา–นครชัยศรี แล้วต่อแท็กซี่หรือรถผ่านแอปพลิเคชัน
หากเริ่มจากกรุงเทพฯ สามารถใช้รถไฟสายใต้หรือรถโดยสารบนถนนบรมราชชนนี แล้วต่อรถช่วงสุดท้าย แต่การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกกว่า
การเดินทางด้วยรถยนต์
ใช้ถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้านครปฐม แล้วเข้าสู่นครชัยศรีตามระบบนำทาง
ร้านมีลานจอดรถกว้างและรองรับรถครอบครัวได้จำนวนมาก

อันดับที่ 3 Say Hay Cafe Cuisine พุทธมณฑลสาย 7
ความเป็นมาและแนวคิดของ Say Hay
Say Hay Cafe Cuisine เป็นร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศธรรมชาติบริเวณพุทธมณฑลสาย 7 จังหวัดนครปฐม จุดเด่นคือมี Mini Zoo ฟาร์มเมล่อน สระน้ำ และสัตว์หลายชนิด เหมาะกับครอบครัวที่อยากรับประทานอาหารพร้อมพาเด็กใกล้ชิดธรรมชาติ
ข้อมูลร้านระบุเปิดทุกวันประมาณ 11.00–20.00 น.
ภาพบรรยากาศ
ร้านมีทั้งที่นั่ง Outdoor และห้องปรับอากาศ ด้านนอกมีต้นไม้ สระน้ำ และพื้นที่ดูสัตว์ เด็กสามารถดูเป็ด หงส์ นก และสัตว์ใน Mini Zoo ได้ ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถนั่งรับประทานอาหารแบบไม่เร่งรีบ
บรรยากาศเหมาะกับการมาในช่วงบ่ายแก่หรือเย็น เพราะแดดไม่แรงและสามารถนั่งด้านนอกได้สบายขึ้น
เมนูยอดนิยมพร้อมราคาโดยประมาณ
เมนูที่ได้รับการกล่าวถึง ได้แก่ พิซซ่าต้มยำทะเล อาหารฟิวชัน เค้ก เบเกอรี และเครื่องดื่ม
งบประมาณโดยประมาณ ได้แก่
- พิซซ่าต้มยำทะเล 280–450 บาท
- อาหารไทยจานเดียว 120–250 บาท
- พาสต้า 180–320 บาท
- อาหารทะเล 250–600 บาท
- เค้ก 100–180 บาท
- กาแฟ 80–140 บาท
- น้ำผลไม้และเครื่องดื่ม 70–150 บาท
ราคาเป็นช่วงประมาณการ ควรตรวจสอบเมนูหน้าร้าน
ค่าเข้าชมสัตว์
โดยทั่วไปลูกค้ารับประทานอาหารแล้วสามารถเข้าชมพื้นที่หลักได้ แต่กิจกรรมให้อาหารสัตว์หรือกิจกรรมพิเศษอาจคิดค่าใช้จ่ายแยก
ควรถามพนักงานก่อนพาเด็กเข้า Mini Zoo ว่าสามารถสัมผัสสัตว์ชนิดใดได้ และต้องซื้ออาหารสัตว์จากร้านเท่านั้นหรือไม่
การเดินทางด้วยรถสาธารณะ
ใช้รถตู้หรือรถโดยสารไปยังนครปฐมหรือสามพราน แล้วต่อแท็กซี่เข้าสู่พุทธมณฑลสาย 7
การใช้ระบบขนส่งสาธารณะอาจหลายต่อ จึงเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กโตมากกว่าเด็กเล็ก
การเดินทางด้วยรถยนต์
ใช้ถนนบรมราชชนนีหรือเพชรเกษม เชื่อมเข้าสู่พุทธมณฑลสาย 7 แล้วปักหมุด Say Hay Cafe Cuisine
ควรเผื่อเวลาในช่วงวันหยุด เพราะถนนสายหลักและเส้นทางวัดหรือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอาจมีรถมาก

อันดับที่ 4 The Three Little Pigs Farm & Café ใกล้วัดไร่ขิง
ความเป็นมาและธีมลูกหมูสามตัว
The Three Little Pigs Farm & Café เป็นฟาร์มคาเฟ่ในตำบลยายชา อำเภอสามพราน ใกล้วัดไร่ขิง ร้านใช้ชื่อจากนิทานลูกหมูสามตัวและสร้างพื้นที่ให้ครอบครัวได้ใกล้ชิดสัตว์ ธรรมชาติ และกิจกรรมริมน้ำ
ข้อมูลร้านระบุว่ามีเป็ด ไก่ ห่าน กระต่าย พื้นที่ให้อาหารปลา เรือ และโซนรับประทานอาหารทั้งห้องปรับอากาศกับริมน้ำ
เวลาเปิดที่พบอยู่ประมาณ 09.00–21.00 น. หรือ 09.30–21.00 น.
ภาพบรรยากาศ
ร้านมีความเป็นฟาร์มสวนและพื้นที่ริมน้ำ เด็กสามารถเดินดูสัตว์ ให้อาหารปลา พายเรือ หรือเล่นในพื้นที่ธรรมชาติ ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถเลือกนั่งในห้องแอร์หรือศาลาริมน้ำ
พื้นที่เหมาะกับการถ่ายภาพครอบครัว โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือเย็นที่แสงไม่แรง
เมนูและราคาโดยประมาณ
ร้านเน้นอาหารคาวหวาน เครื่องดื่ม และวัตถุดิบแนวออร์แกนิกตามข้อมูลรีวิวปัจจุบัน
งบประมาณโดยประมาณ ได้แก่
- อาหารจานเดียว 120–220 บาท
- อาหารไทยแบ่งกัน 180–450 บาท
- อาหารทะเล 250–600 บาท
- ของทอด 100–220 บาท
- กาแฟ 70–130 บาท
- ชาและน้ำผลไม้ 60–130 บาท
- เค้กและของหวาน 90–180 บาท
ค่าเข้าพื้นที่และกิจกรรม
พื้นที่ร้านโดยทั่วไปใช้บริการผ่านการสั่งอาหาร แต่กิจกรรมเรือ อาหารสัตว์ หรือกิจกรรมพิเศษอาจคิดเพิ่ม
ควรพกเงินสดหรือเตรียม QR Payment สำหรับกิจกรรมย่อย เนื่องจากบางจุดอาจแยกจากเคาน์เตอร์หลัก
การเดินทางด้วยรถสาธารณะ
สามารถใช้รถโดยสารหรือรถตู้ไปวัดไร่ขิง จากนั้นต่อแท็กซี่หรือรถผ่านแอปพลิเคชันไปยังร้าน
ควรส่งหมุดร้านให้คนขับ เพราะเส้นทางช่วงสุดท้ายอาจผ่านถนนชุมชน
การเดินทางด้วยรถยนต์
ใช้ถนนเพชรเกษมหรือบรมราชชนนีมุ่งหน้าสามพราน แล้วเดินทางไปตำบลยายชาตามระบบนำทาง
ร้านอยู่ไม่ไกลจากวัดไร่ขิง จึงสามารถจัดทริปไหว้พระและรับประทานอาหารในวันเดียวกันได้

อันดับที่ 5 Chale’t Cafe at Wood Park บรมราชชนนี
ความเป็นมาและบรรยากาศ Wood Park
Chale’t Cafe at Wood Park เป็นร้านอาหารและคาเฟ่บนถนนบรมราชชนนี ใกล้พุทธมณฑลสาย 3 โดดเด่นด้วยบ้านไม้ ต้นไม้ใหญ่ พื้นที่นั่งกลางแจ้ง และอาหารแนวปิ้งย่างหรือบาร์บีคิว
ข้อมูลร้านระบุเปิดประมาณ 10.00–21.00 น. โดยรับออร์เดอร์สุดท้ายประมาณ 20.00 น. และมีที่จอดรถด้านข้างกับด้านหลัง
ภาพบรรยากาศ
พื้นที่ร้านให้ความรู้สึกคล้ายสวนหรือที่พักตากอากาศ มีบ้านไม้และโซนใต้ต้นไม้ เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่เปิดโล่งให้เด็กเดินเล่นมากกว่าสนาม Soft Play เต็มรูปแบบ
ช่วงเย็นเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนและแสงไฟช่วยให้ร้านดูอบอุ่น
เมนูยอดนิยมและราคาโดยประมาณ
ร้านมีอาหารปิ้งย่าง บาร์บีคิว อาหารตะวันตก และอาหารจานหลัก โดยเมนูซึ่งร้านเคยประชาสัมพันธ์คืออกเป็ดซอสส้ม
ช่วงราคาสำหรับวางแผน ได้แก่
- อกเป็ดซอสส้ม 280–450 บาท
- สเต๊กและบาร์บีคิว 250–600 บาท
- พาสต้า 180–320 บาท
- พิซซ่า 220–450 บาท
- สลัด 150–280 บาท
- อาหารเด็ก 120–220 บาท
- กาแฟ 80–150 บาท
- เค้กและขนม 100–200 บาท
เหมาะกับเด็กแบบใด
เหมาะกับเด็กที่สามารถนั่งรับประทานอาหารกับครอบครัวและเดินเล่นในสวนได้ โดยเฉพาะวัยอนุบาลขึ้นไป
สำหรับเด็กเล็ก ผู้ปกครองควรนำของเล่น หนังสือ หรือกิจกรรมเล็ก ๆ ไปด้วย เพราะร้านไม่ได้เป็น Indoor Playground ขนาดใหญ่แบบ Giggles
การเดินทางด้วยรถสาธารณะ
สามารถใช้ BTS/MRT บางหว้า หรือ MRT หลักสอง แล้วต่อแท็กซี่ไปยังถนนบรมราชชนนี
ควรส่งหมุด Chale’t Cafe at Wood Park ให้คนขับโดยตรง เนื่องจากร้านอยู่บนแนวถนนหลักแต่ทางเข้าอาจสังเกตไม่ง่าย
การเดินทางด้วยรถยนต์
ใช้ถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้าพุทธมณฑลสาย 3 ร้านมีที่จอดรถด้านข้างและด้านหลัง
หากเดินทางช่วงเย็นวันศุกร์หรือวันหยุด ควรเผื่อเวลารถติดบนถนนบรมราชชนนี
คาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑล ภาค 2
| ร้าน | จุดเด่น | รูปแบบกิจกรรม | งบประมาณครอบครัว |
|---|---|---|---|
| Giggles | Indoor Playground และของเล่นหลายโซน | เล่นเป็นรอบ 3 ชั่วโมง | 900–1,700 บาท |
| Dubua Cafe | ฟาร์มขนาดใหญ่ บึงบัว เรือ จักรยาน สัตว์ | ค่าเข้าหลักฟรี กิจกรรมแยก | 500–1,500 บาท |
| Say Hay | Mini Zoo ฟาร์มเมล่อน สระน้ำ | ดูสัตว์และรับประทานอาหาร | 800–1,800 บาท |
| Three Little Pigs | ฟาร์มสัตว์ พายเรือ ให้อาหารปลา | ธรรมชาติและริมน้ำ | 700–1,800 บาท |
| Chale’t | บ้านไม้ สวน ปิ้งย่าง บรรยากาศครอบครัว | เดินเล่นและรับประทานอาหาร | 800–2,000 บาท |
Giggles เหมาะกับวันที่ฝนตกหรืออากาศร้อนที่สุด ส่วน Dubua เหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันถึงเต็มวัน
Say Hay และ The Three Little Pigs เหมาะกับเด็กที่ชอบสัตว์ ขณะที่ Chale’t เหมาะกับครอบครัวซึ่งต้องการรับประทานอาหารและพักผ่อนในสวนมากกว่าการซื้อบัตรสนามเด็กเล่น
เช็กลิสต์สิ่งที่ควรเตรียมไปคาเฟ่เด็ก
สำหรับ Indoor Playground ควรนำถุงเท้ากันลื่น เสื้อผ้าสำรอง ขวดน้ำ ผ้าเปียก และเจลล้างมือ
สำหรับฟาร์มคาเฟ่ ควรมีหมวก ครีมกันแดด ยากันยุง รองเท้าเดินสบาย และเสื้อผ้าที่ไม่กังวลเรื่องเปื้อนดินหรืออาหารสัตว์
ควรพกยาประจำตัว ยาแก้แพ้ และพลาสเตอร์สำหรับเด็กไว้ในกระเป๋า โดยเฉพาะหากเด็กมีประวัติแพ้ฝุ่น แมลง หรือขนสัตว์
ไม่ควรให้เด็กกินอาหารทันทีหลังวิ่งเล่นหนัก ควรพัก ดื่มน้ำ และล้างมือก่อนทุกครั้ง
วิธีวางแผนทริปครึ่งวันและเต็มวัน
หากมีเวลาเพียงครึ่งวัน Giggles เหมาะที่สุด เพราะมีรอบชัดเจนประมาณ 3 ชั่วโมง สามารถเลือกเช้าหรือบ่ายและกลับบ้านได้ตรงเวลา
หากมีเวลาเต็มวัน Dubua เหมาะกว่า เพราะสามารถเดินเล่น ปั่นเรือ ให้อาหารสัตว์ กินข้าว และซื้อของในตลาดได้
Say Hay และ The Three Little Pigs เหมาะกับทริปช่วงเที่ยงถึงเย็น โดยรับประทานอาหารกลางวันแล้วให้เด็กดูสัตว์หรือเล่นกิจกรรม
Chale’t เหมาะกับการมาช่วงบ่ายแก่ถึงค่ำ โดยเลือกอาหารเย็นและนั่งในสวนหลังแดดอ่อน
บทสรุป 5 คาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑลยอดนิยม ภาค 2
ภาค 2 ของ คาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑล แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และนครปฐมมีสถานที่สำหรับครอบครัวหลากหลายมาก ไม่ได้จำกัดอยู่กับสนามเด็กเล่นในห้างหรือคาเฟ่ซึ่งมีของเล่นเพียงมุมเล็ก ๆ
Giggles House of Play and Kids Cafe เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการสนามเด็กเล่นในร่ม สะอาด มีรอบชัดเจน และไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ
Dubua Cafe เหมาะกับทริปเต็มวันและครอบครัวหลายวัย ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ ค่าเข้าหลักฟรี และกิจกรรมหลากหลายตั้งแต่บึงบัว เรือ จักรยาน ไปจนถึงสัตว์และตลาด
Say Hay Cafe Cuisine เหมาะกับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับอาหารและต้องการ Mini Zoo เป็นกิจกรรมเสริม เด็กได้ดูสัตว์ ขณะที่ผู้ใหญ่มีทั้งอาหารฟิวชัน ขนม และเครื่องดื่ม
The Three Little Pigs Farm & Café เหมาะกับคนรักธรรมชาติและบรรยากาศริมน้ำ มีสัตว์ เรือ และกิจกรรมซึ่งเชื่อมโยงกับฟาร์มอย่างเป็นธรรมชาติ
Chale’t Cafe at Wood Park เหมาะกับครอบครัวซึ่งต้องการมื้ออาหารในสวน บรรยากาศบ้านไม้ และพื้นที่ให้เด็กเดินเล่นโดยไม่ต้องซื้อบัตรสนามเด็กเล่น
ดังนั้น การเลือก คาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑลยอดนิยม ควรพิจารณาจากอายุเด็ก ประเภทกิจกรรม เวลาที่มี และงบประมาณ หากเด็กต้องการเล่นเต็มที่ให้เลือก Giggles หากต้องการธรรมชาติเต็มวันให้เลือก Dubua หากเน้นสัตว์และอาหารให้เลือก Say Hay หรือ Three Little Pigs และหากเน้นมื้ออาหารบรรยากาศสวนให้เลือก Chale’t
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบเวลาเปิด ค่าเข้า รอบเล่น และโปรโมชั่นล่าสุดเสมอ เพราะข้อมูลของร้านเด็กและฟาร์มคาเฟ่สามารถเปลี่ยนได้ตามวันหยุด กิจกรรมพิเศษ และฤดูกาล
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาเฟ่เด็กย่านพุทธมณฑลยอดนิยม
ร้านไหนเหมาะกับเด็กเล็กและวันที่ฝนตกที่สุด
Giggles House of Play and Kids Cafe เหมาะที่สุด เพราะเป็น Indoor Playground มีเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ ห้องดูแลเด็ก และของเล่นหลายโซน ไม่ต้องกังวลเรื่องแดดหรือฝน
ผู้ปกครองควรจองรอบล่วงหน้าและเตรียมถุงเท้ากันลื่นไปด้วย
ร้านไหนค่าเข้าประหยัดที่สุด
Dubua Cafe ประหยัดที่สุดในแง่ค่าเข้าพื้นที่ เพราะข้อมูลล่าสุดระบุว่าเข้าฟรี แต่กิจกรรมบางอย่าง เช่น ปั่นเรือ อาหารสัตว์ หรือเช่าอุปกรณ์ คิดเงินแยก
หากตั้งงบกิจกรรมไว้ล่วงหน้า ครอบครัวสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย
ร้านไหนเหมาะกับเด็กที่ชอบสัตว์
Say Hay และ The Three Little Pigs เหมาะมาก เพราะมี Mini Zoo หรือฟาร์มสัตว์ เช่น เป็ด ห่าน ไก่ และกระต่าย
Dubua ก็มีโซนสัตว์และกิจกรรมให้อาหารสัตว์ จึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับทริปเต็มวัน
ไม่มีรถยนต์เดินทางได้หรือไม่
สามารถเดินทางได้ แต่ต้องต่อแท็กซี่หรือรถผ่านแอปพลิเคชันในช่วงสุดท้าย
Giggles เดินทางง่ายที่สุดจาก MRT หลักสองหรือบางแค ส่วนร้านในนครปฐมควรใช้รถตู้ รถไฟ หรือรถโดยสารไปยังพื้นที่หลักก่อนแล้วต่อรถ
ครอบครัวที่มีเด็กเล็กและสัมภาระมากยังเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า
ควรเตรียมงบประมาณเท่าไร
Giggles ควรเตรียมประมาณ 900–1,700 บาทต่อครอบครัวเด็ก 1 คน ผู้ใหญ่ 2 คน
Dubua ประมาณ 500–1,500 บาท ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและอาหาร
Say Hay, Three Little Pigs และ Chale’t ควรเตรียมประมาณ 800–2,000 บาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายหลักอยู่ที่อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมเสริม