
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ด้านอาหารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเดินทางไปยังย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หรือย่านธุรกิจสมัยใหม่ที่มีร้านอาหารเปิดให้บริการอยู่แทบทุกมุมถนน ผู้คนสามารถค้นพบรสชาติที่แตกต่างกันได้เสมอ และหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารที่กำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องคือการรับประทานอาหารเจ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเทศกาลถือศีลกินเจอีกต่อไป
หากในอดีตหลายคนอาจนึกถึง ร้านอาหารเจ ในภาพของร้านข้าวราดแกงเล็ก ๆ ที่มีเต้าหู้ ผัดผัก จับฉ่าย และอาหารประเภทโปรตีนเกษตรเป็นหลัก ปัจจุบันภาพดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะร้านอาหารจากพืชจำนวนไม่น้อยเริ่มนำเสนอเมนูที่หลากหลาย ทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารอินเดีย อาหารอิตาเลียน และอาหารฟิวชันที่สร้างสรรค์จากผัก ผลไม้ ถั่ว เห็ด และธัญพืช
สิ่งที่น่าสนใจคือความหลากหลายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะกระแสสุขภาพ แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการมีทางเลือกในการรับประทานอาหารมากขึ้น
บางคนเลือกอาหารเจเพราะความเชื่อและการปฏิบัติทางศาสนา บางคนต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ขณะที่บางคนเริ่มสนใจอาหารจากพืชเพราะต้องการทดลองรสชาติใหม่ ๆ
ดังนั้น การค้นหา ร้านอาหารเจยอดนิยม ในกรุงเทพฯ จึงกลายเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับทั้งคนรักอาหารและผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวไปพร้อมกับการเรียนรู้วัฒนธรรมการกิน
ในบทความภาคแรก เราได้พาไปรู้จักร้านอาหารห้าแห่ง ได้แก่ เจ๊หลีอาหารเจ So Vegan หยู่อี่เจ May Veggie Home และ Broccoli Revolution ซึ่งแต่ละร้านสะท้อนเอกลักษณ์อาหารเจและอาหารจากพืชในรูปแบบที่แตกต่างกัน
สำหรับภาคที่สองนี้ เราจะขยายเส้นทางความอร่อยไปยังพื้นที่อื่นของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ย่านพระนครและถนนข้าวสาร ไปจนถึงเอกมัยและสุขุมวิท โดยคัดเลือกร้านที่ไม่ซ้ำกับภาคแรก ได้แก่ May Kaidee, Ethos Vegetarian & Vegan Restaurant, คุณเชิญ อิน ไวท์, VEGANERIE Concept และ Vistro
ทั้งห้าแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน
May Kaidee นำเสนออาหารไทยจากพืชและมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับการสอนทำอาหารไทย
Ethos เป็นร้านอาหารมังสวิรัติและวีแกนที่นำเสนออาหารหลากหลายเชื้อชาติในบรรยากาศผ่อนคลายใกล้ถนนข้าวสาร
คุณเชิญ อิน ไวท์ โดดเด่นด้วยอาหารมังสวิรัติรสชาติไทยที่ผสมผสานความสร้างสรรค์และการเลือกใช้วัตถุดิบ
VEGANERIE Concept เป็นร้านอาหารวีแกนที่มีทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่มจากพืช
ส่วน Vistro นำเสนออาหารวีแกนร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารนานาชาติและเทคนิคการปรุงอาหารสมัยใหม่
แม้ทั้งห้าร้านจะอยู่ในกลุ่มร้านอาหารจากพืช แต่มีข้อควรทำความเข้าใจสำคัญคือ ร้านอาหารเจ ตามข้อปฏิบัติของผู้ถือศีลกินเจอาจมีข้อกำหนดเรื่องวัตถุดิบแตกต่างจากร้านมังสวิรัติและวีแกน
อาหารวีแกนงดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แต่สามารถใช้กระเทียม หัวหอม หรือกุยช่ายได้ ขณะที่ผู้ถือศีลกินเจตามธรรมเนียมจีนมักหลีกเลี่ยงผักกลิ่นฉุนบางชนิดด้วย
ส่วนอาหารมังสวิรัติบางรูปแบบอาจมีไข่หรือนมเป็นส่วนประกอบ
ดังนั้น ผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเจอย่างเคร่งครัดควรสอบถามพนักงานเกี่ยวกับส่วนผสมและวิธีปรุงก่อนสั่งอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทแกง ซอส น้ำสลัด และขนมหวาน
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก ร้านอาหารเจยอดนิยม และร้านอาหารจากพืชทั้งห้าแห่งอย่างละเอียด ตั้งแต่ประวัติและแนวคิดของร้าน จุดเด่นที่ทำให้ได้รับความสนใจ บรรยากาศภายในร้าน เมนูที่น่าลองพร้อมราคาอ้างอิง ตลอดจนวิธีเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะและรถส่วนตัว
นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกอาหารเจให้เหมาะกับงบประมาณ การจัดเส้นทางท่องเที่ยว และการเลือกรับประทานอาหารจากพืชให้มีความหลากหลาย เพื่อให้บทความนี้เป็นคู่มือสำหรับผู้ที่ต้องการออกเดินทางตามหารสชาติอาหารเจในกรุงเทพฯ ได้อย่างครบถ้วน

ร้านที่ 1 May Kaidee – จากรถเข็นอาหารเล็ก ๆ สู่ร้านอาหารวีแกนและโรงเรียนสอนทำอาหารไทยในย่านพระนคร
ความเป็นมาของร้าน May Kaidee
หากพูดถึงร้านอาหารจากพืชที่มีเรื่องราวความเป็นมายาวนานในกรุงเทพฯ May Kaidee เป็นหนึ่งในชื่อที่น่าสนใจ เพราะร้านไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ แต่มีจุดเริ่มต้นจากการจำหน่ายอาหารด้วยรถเข็นในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ
เว็บไซต์ทางการของ May Kaidee ระบุว่าจุดเริ่มต้นของกิจการย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1988 โดยเริ่มต้นจากรถเข็นอาหารในตรอกแห่งหนึ่งไม่ไกลจากถนนข้าวสาร ก่อนพัฒนากิจการและขยายรูปแบบการให้บริการในเวลาต่อมา
เรื่องราวดังกล่าวทำให้ May Kaidee มีความน่าสนใจมากกว่าการเป็นร้านอาหารวีแกนทั่วไป เพราะสะท้อนให้เห็นการเติบโตของอาหารไทยจากพืชที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและการเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารไทย
ปัจจุบันร้านมีที่ตั้งในซอยสามเสน 5 เขตพระนคร และยังดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการสอนทำอาหารไทยจากพืชควบคู่กับการให้บริการอาหาร
สำหรับผู้ที่กำลังค้นหา ร้านอาหารเจยอดนิยม ในกรุงเทพฯ May Kaidee จึงเป็นร้านที่ควรทำความรู้จัก เพราะมีทั้งอาหารไทยที่คุ้นเคยและเรื่องราวของการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอาหาร
จุดเด่นสำคัญคือการทำให้อาหารไทยที่มีรสชาติซับซ้อนสามารถปรุงในรูปแบบที่ไม่ใช้เนื้อสัตว์ได้ โดยยังคงเอกลักษณ์ของสมุนไพรและเครื่องเทศไทย
H3: จุดเด่นของร้าน – อาหารไทยจากพืชที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทย
อาหารไทยมีเอกลักษณ์อยู่ที่การผสมผสานรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด และความหอมของสมุนไพร
ดังนั้น การปรุงอาหารไทยโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์จึงต้องอาศัยความเข้าใจทั้งเรื่องวัตถุดิบและการสร้างรสชาติ
May Kaidee นำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาอาหารจากพืชที่สามารถรับประทานได้ในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างเช่น อาหารประเภทต้มยำสามารถใช้เห็ดสร้างรสอูมามิ และใช้ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด รวมถึงน้ำมะนาวสร้างความหอมและรสเปรี้ยว
อาหารประเภทผัดไทยสามารถใช้เต้าหู้และผักแทนส่วนผสมจากสัตว์
ส่วนแกงไทยสามารถปรับสูตรเครื่องแกงและใช้ผักหรือโปรตีนจากพืชเป็นวัตถุดิบหลัก
ความน่าสนใจของ ร้านอาหารเจ ในรูปแบบนี้คือการทำให้ผู้ที่คุ้นเคยกับอาหารไทยสามารถทดลองอาหารจากพืชได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนรูปแบบการรับประทานอาหารทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือศีลกินเจควรสอบถามเรื่องกระเทียม หัวหอม และเครื่องแกงก่อนสั่ง เพราะเมนูวีแกนไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอาหารเจตามข้อปฏิบัติทุกจาน
H3: บรรยากาศภายในร้าน – ความเรียบง่ายในย่านเมืองเก่า
May Kaidee ตั้งอยู่ในย่านพระนครซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างจากย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ
บริเวณโดยรอบมีทั้งชุมชนเก่า อาคารพาณิชย์ ร้านอาหารขนาดเล็ก และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
การมาเยือนร้านจึงสามารถผสมผสานกับการเดินเที่ยวเมืองเก่าได้อย่างลงตัว
สำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศเรียบง่ายและไม่เร่งรีบ ร้านอาหารลักษณะนี้เหมาะกับการนั่งรับประทานอาหารและพักระหว่างเดินทาง
นอกจากนี้ การมีโรงเรียนสอนทำอาหารยังทำให้ร้านมีเอกลักษณ์ด้านการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงการจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป
ผู้ที่สนใจอาหารไทยจากพืชสามารถศึกษาข้อมูลหลักสูตรและกิจกรรมจากเว็บไซต์ของร้านเพิ่มเติมได้
เมนูยอดนิยมและราคาอ้างอิง
เมนูอาหารที่สอดคล้องกับแนวทางของร้านและเหมาะสำหรับสอบถามเมื่อไปเยือน ได้แก่
- ผัดไทยวีแกน – อาหารเส้นรสเปรี้ยวหวานที่ใช้เต้าหู้และผัก
- ต้มยำเห็ด – เมนูที่ใช้สมุนไพรไทยสร้างกลิ่นและรสชาติ
- แกงเขียวหวานจากพืช – เมนูแกงไทยที่ควรสอบถามสูตรเครื่องแกง
- ส้มตำวีแกน – ควรตรวจสอบว่าไม่ใส่น้ำปลาและส่วนผสมจากสัตว์
- อาหารผัดผักและเต้าหู้ – เหมาะกับผู้ต้องการอาหารจานเบา
สำหรับราคาอาหารแต่ละจาน ยังไม่มีรายการราคาปัจจุบันที่ยืนยันได้จากเมนูทางการ จึงไม่ระบุตัวเลขโดยคาดเดา
ผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณควรสอบถามราคาและขนาดอาหารก่อนสั่ง โดยเฉพาะหากเดินทางเป็นกลุ่มและต้องการสั่งอาหารหลายจานมาแบ่งกัน
จุดเช็กอินและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
จุดเช็กอินของร้านอยู่ที่บรรยากาศร้านอาหารและพื้นที่ย่านสามเสน
นอกจากนี้ ยังสามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับถนนข้าวสาร บางลำพู และสถานที่ท่องเที่ยวในเขตพระนครได้
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพอาหาร การเลือกเมนูที่มีสีสันของผักและสมุนไพรจะช่วยให้ได้ภาพที่สื่อถึงเอกลักษณ์อาหารไทยจากพืช
การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ
ผู้เดินทางสามารถใช้ MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานีสนามไชยหรือสามยอด จากนั้นต่อรถโดยสารหรือรถรับจ้างไปยังซอยสามเสน 5
อีกทางเลือกคือใช้รถโดยสารประจำทางที่ผ่านถนนสามเสน แล้วเดินเข้าสู่ซอย
เนื่องจากร้านไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า การตรวจสอบเส้นทางต่อรถล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น
การเดินทางด้วยรถส่วนตัว
สามารถใช้ถนนสามเสนเป็นเส้นทางหลัก แล้วเข้าสู่ซอยสามเสน 5
ควรตรวจสอบพื้นที่จอดรถก่อนเดินทาง เพราะถนนและซอยในเขตพระนครบางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องการจอดรถ
หากต้องการเดินเที่ยวเมืองเก่าต่อ อาจเลือกจอดรถในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตแล้วใช้การเดินหรือรถโดยสารระยะสั้น
โดยสรุป May Kaidee เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม ร้านอาหารเจยอดนิยม และอาหารวีแกน เพราะมีเรื่องราวยาวนานและนำเสนออาหารไทยจากพืชควบคู่กับการเรียนรู้วัฒนธรรมอาหาร

ร้านที่ 2 Ethos Vegetarian & Vegan Restaurant – ร้านอาหารจากพืชใกล้ถนนข้าวสารที่รวมรสชาติไทย อินเดีย และตะวันตก
ความเป็นมาและแนวคิดของร้าน Ethos
จาก May Kaidee เราเดินทางต่อมายังอีกหนึ่งร้านอาหารจากพืชในย่านพระนครที่มีเอกลักษณ์แตกต่างออกไป
Ethos Vegetarian & Vegan Restaurant ตั้งอยู่บริเวณถนนตะนาว ใกล้ถนนข้าวสารและย่านบางลำพู
ร้านนำเสนออาหารมังสวิรัติและวีแกนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารหลายประเทศ โดยมีทั้งอาหารไทย อาหารอินเดีย อาหารตะวันออกกลาง และอาหารตะวันตก
แนวคิดสำคัญของร้านคือการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผ่อนคลาย โดยให้ความสำคัญกับอาหารจากพืชและวัตถุดิบที่หลากหลาย
สำหรับผู้ที่ค้นหา ร้านอาหารเจยอดนิยม ในกรุงเทพฯ แต่ต้องการเปลี่ยนจากอาหารจีนหรืออาหารไทยแบบดั้งเดิม Ethos เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีอาหารหลายวัฒนธรรมให้เลือกในสถานที่เดียว
เว็บไซต์ของร้านนำเสนอทั้งอาหารคาว ขนมอบ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์หมักที่ทำขึ้นเอง เช่น เทมเป้และคอมบูชา
การมีอาหารหลากหลายประเภททำให้ร้านเหมาะกับทั้งผู้ที่รับประทานอาหารจากพืชเป็นประจำและผู้ที่เพิ่งเริ่มทดลอง
จุดเด่น – ความหลากหลายของอาหารนานาชาติ
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Ethos แตกต่างจาก ร้านอาหารเจ แบบดั้งเดิมคือความหลากหลายของอาหารนานาชาติ
ตัวอย่างเช่น อาหารอินเดียประเภท Aloo Gobi ใช้มันฝรั่งและดอกกะหล่ำเป็นวัตถุดิบหลัก
อาหารตะวันออกกลางอย่างฟาลาเฟลใช้ถั่วลูกไก่บดผสมสมุนไพรและเครื่องเทศ ก่อนนำไปทอดหรือปรุงให้สุก
อาหารอิตาเลียนสามารถใช้เห็ด ผัก และซอสมะเขือเทศสร้างรสชาติที่เข้มข้น
ขณะที่อาหารไทยยังคงมีเมนูประเภทผัด แกง และอาหารจากผัก
ความหลากหลายดังกล่าวทำให้ผู้ที่มารับประทานอาหารเป็นกลุ่มสามารถเลือกเมนูได้ตามความชอบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รับประทานอาหารเจตามธรรมเนียมจีนควรสอบถามเรื่องส่วนผสม โดยเฉพาะอาหารที่มีหัวหอม กระเทียม โยเกิร์ต หรือผลิตภัณฑ์จากนม
บรรยากาศภายในร้าน – มุมสงบใกล้ย่านท่องเที่ยว
ย่านถนนข้าวสารมีชื่อเสียงด้านความคึกคักของนักท่องเที่ยว แต่ Ethos นำเสนอบรรยากาศที่เน้นความผ่อนคลายมากกว่า
ร้านมีแนวคิดการสร้างพื้นที่รับประทานอาหารที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
เว็บไซต์ทางการกล่าวถึงบรรยากาศที่แตกต่างจากความวุ่นวายของถนนข้าวสาร โดยให้ความสำคัญกับเสียงดนตรีและความรู้สึกสบายระหว่างรับประทานอาหาร
สำหรับผู้ที่ต้องการพักจากการเดินเที่ยวเมืองเก่า ร้านลักษณะนี้จึงเหมาะกับการนั่งรับประทานอาหารอย่างไม่เร่งรีบ
นอกจากนี้ ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการทดลองอาหารจากพืชหลายประเทศโดยไม่ต้องเดินทางไปหลายร้าน
เมนูยอดนิยมพร้อมราคาอ้างอิง
เมนูที่ร้านนำเสนอ ได้แก่
- Veggie Burger – เบอร์เกอร์ผักเสิร์ฟกับขนมปังโฮลวีต
- Falafel, Hummus, Tahini & Pita – ฟาลาเฟลพร้อมฮัมมุสและขนมปังพิตา
- Veggie Lasagna – ลาซานญาผัก
- Spaghetti with Plant-Based Meatballs – พาสต้ากับมีตบอลจากพืช
- Aloo Gobi with Dal and Rice – อาหารอินเดียจากมันฝรั่ง ดอกกะหล่ำ และถั่ว
- Apple Crumble with Coconut Cream Custard – ขนมหวานจากพืช
ราคาอ้างอิงจากรีวิวเก่า ได้แก่
- สปาเกตตีครีมเห็ด ประมาณ 110 บาท
- ผัดผักขิง ประมาณ 80 บาท
- อาหารไทยมังสวิรัติบางรายการ ประมาณ 85–205 บาท
- อาหารนานาชาติบางรายการ ประมาณ 150–220 บาท
ราคาข้างต้นเป็นข้อมูลจากรีวิวในอดีต ไม่ใช่ราคาปัจจุบันที่ยืนยันแล้ว และอาจมีการเปลี่ยนแปลง
หากต้องการสัมผัสเอกลักษณ์ของร้าน แนะนำสอบถามฟาลาเฟลพร้อมฮัมมุสหรืออาหารอินเดีย เพราะเป็นเมนูที่แตกต่างจากอาหารเจแบบไทยและจีนทั่วไป
จุดเช็กอินของร้าน
จุดเช็กอินสำคัญคือบรรยากาศร้านและย่านบางลำพู
หลังรับประทานอาหารสามารถเดินเที่ยวถนนข้าวสาร ถนนตะนาว และสถานที่สำคัญในเขตพระนครได้
สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพอาหาร แนะนำเลือกเมนูที่มีสีสันของผักและเครื่องเทศ เช่น อาหารอินเดียหรือสลัด
การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ
ใช้ MRT ลงสถานีสามยอด จากนั้นต่อรถโดยสารหรือรถรับจ้างไปยังถนนตะนาวใกล้ถนนข้าวสาร
อีกทางเลือกคือใช้รถโดยสารประจำทางที่ผ่านย่านบางลำพู แล้วเดินต่อไปยังร้าน
ควรตรวจสอบเส้นทางเดินในซอยก่อนเดินทาง เพราะร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีตรอกและทางเดินเชื่อมต่อหลายจุด
การเดินทางด้วยรถส่วนตัว
สามารถใช้ถนนราชดำเนินกลางหรือถนนตะนาวเข้าสู่พื้นที่ใกล้ถนนข้าวสาร
อย่างไรก็ตาม ย่านนี้มีข้อจำกัดด้านที่จอดรถและอาจมีการจัดการจราจรในช่วงเย็น
จึงควรเลือกอาคารจอดรถที่ได้รับอนุญาตแล้วเดินต่อมายังร้าน
โดยสรุป Ethos เป็นร้านอาหารจากพืชที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสำรวจอาหารนานาชาติในบรรยากาศผ่อนคลาย และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ค้นหา ร้านอาหารเจยอดนิยม ในกรุงเทพฯ

ร้านที่ 3 คุณเชิญ อิน ไวท์ Khun Churn in White – อาหารมังสวิรัติรสชาติไทยที่สร้างสรรค์จากผัก เห็ด และสมุนไพร
ความเป็นมาและแนวคิดของร้านคุณเชิญ
เมื่อพูดถึงอาหารมังสวิรัติในกรุงเทพฯ ชื่อคุณเชิญเป็นหนึ่งในชื่อที่ผู้สนใจอาหารจากพืชอาจคุ้นเคย
สำหรับภาคนี้ เราจะพาไปรู้จักคุณเชิญ อิน ไวท์ หรือ Khun Churn in White ซึ่งมีข้อมูลร้านอยู่บริเวณถนนสุขุมวิท ย่านเอกมัย
ร้านนำเสนออาหารมังสวิรัติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารไทย โดยใช้ผัก เห็ด เต้าหู้ และวัตถุดิบจากพืชเป็นส่วนประกอบสำคัญ
จุดเด่นของร้านอยู่ที่การสร้างสรรค์อาหารให้มีรสชาติหลากหลาย ทั้งอาหารจานเดียว อาหารประเภทแกง อาหารผัด และอาหารสำหรับรับประทานร่วมกัน
สำหรับผู้ที่กำลังค้นหา ร้านอาหารเจยอดนิยม แต่ต้องการเมนูอาหารไทยที่มีความหลากหลาย คุณเชิญ อิน ไวท์ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม ร้านจัดอยู่ในกลุ่มอาหารมังสวิรัติ จึงควรตรวจสอบส่วนผสมของแต่ละเมนูหากต้องการรับประทานอาหารเจอย่างเคร่งครัด
จุดเด่น – การนำอาหารไทยมาปรับให้เป็นมังสวิรัติ
อาหารไทยมีเมนูที่ใช้เนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบจำนวนมาก แต่สามารถปรับเป็นสูตรมังสวิรัติได้ด้วยการเลือกวัตถุดิบทดแทนอย่างเหมาะสม
ตัวอย่างเช่น ก๋วยเตี๋ยวคั่วเห็ดใช้เห็ดแทนเนื้อสัตว์และอาศัยกลิ่นหอมจากการคั่วเส้น
แกงเขียวหวานสามารถใช้เต้าหู้และผักสร้างเนื้อสัมผัส
ข้าวผัดเห็ดทุบเป็นเมนูที่เน้นรสชาติของเห็ดและเครื่องปรุง
ส่วนเมี่ยงตะไคร้ใช้สมุนไพรไทยสร้างความหอมและความสดชื่น
เมนูเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าอาหารจากพืชสามารถนำเสนอความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่ต้องการทดลอง ร้านอาหารเจ ในรูปแบบที่มีรสชาติคุ้นเคย การเลือกเมนูอาหารไทยมังสวิรัติเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
บรรยากาศภายในร้าน
คุณเชิญ อิน ไวท์ มีลักษณะเป็นร้านอาหารมังสวิรัติที่เหมาะกับการนั่งรับประทานอาหารเป็นมื้อ
เมนูอาหารมีทั้งอาหารจานเดียวและอาหารสำหรับแบ่งกันรับประทาน
จึงเหมาะกับการเดินทางมาเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม
สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทำงาน หรือรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัว ร้านอาหารลักษณะนี้สามารถตอบโจทย์ได้
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการตกแต่งภายในและจำนวนที่นั่งควรตรวจสอบจากข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
เมนูยอดนิยมพร้อมราคา
ราคาอ้างอิงจากรายการเมนูที่เผยแพร่ ได้แก่
- ฟองเต้าหู้ทอด ประมาณ 88–120 บาท ตามรายการและช่วงเวลาที่เผยแพร่
- ข้าวคลุกกะปิมังสวิรัติ ประมาณ 128 บาท
- แกงเขียวหวาน ประมาณ 108 บาท
- ก๋วยเตี๋ยวคั่วเห็ด ประมาณ 108 บาท
- ข้าวผัดเห็ดทุบ ประมาณ 118 บาท
- หอยทอดมังสวิรัติ ประมาณ 135 บาท
- แกงโฮะ ประมาณ 120 บาท
- เมี่ยงตะไคร้ ประมาณ 120 บาท
- ข้าวผัดกะเพราเห็ด ประมาณ 120 บาท
ราคาเหล่านี้เป็นข้อมูลอ้างอิงจากรายการร้านอาหารที่เผยแพร่ก่อนหน้า ไม่ใช่ราคาปัจจุบันที่ยืนยันแล้ว
สำหรับผู้ที่มาครั้งแรก แนะนำก๋วยเตี๋ยวคั่วเห็ดและข้าวผัดเห็ดทุบ เพราะเป็นเมนูที่สะท้อนการใช้เห็ดสร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ส่วนผู้ที่ชอบอาหารไทยรสเข้มข้นสามารถเลือกแกงเขียวหวานหรือแกงโฮะ
จุดเช็กอินของร้าน
จุดเด่นของร้านคือการนำเสนออาหารมังสวิรัติที่มีหน้าตาน่ารับประทาน
อาหารประเภทแกงและอาหารผัดมีสีสันของสมุนไพรและผัก
ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพสามารถเลือกเมนูหลายจานมาจัดวางร่วมกันเพื่อให้เห็นความหลากหลายของอาหารไทยจากพืช
การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ
สามารถใช้ BTS ลงสถานีเอกมัย แล้วเดินหรือต่อรถระยะสั้นไปยังร้านบนถนนสุขุมวิท
ควรตรวจสอบตำแหน่งร้านจากแผนที่ก่อนเดินทาง เพราะย่านเอกมัยมีร้านอาหารและอาคารพาณิชย์จำนวนมาก
การเดินทางด้วยรถส่วนตัว
ใช้ถนนสุขุมวิทเป็นเส้นทางหลักเข้าสู่ย่านเอกมัย
ควรเผื่อเวลาเดินทางในช่วงเช้าและเย็น เพราะการจราจรบนถนนสุขุมวิทอาจหนาแน่น
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบที่จอดรถของร้านหรืออาคารใกล้เคียง
โดยสรุป คุณเชิญ อิน ไวท์ เป็นร้านอาหารมังสวิรัติที่เหมาะกับผู้ชอบอาหารไทยรสชาติคุ้นเคย และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม ร้านอาหารเจยอดนิยม เมื่อมีการตรวจสอบส่วนผสมให้ตรงกับข้อปฏิบัติของผู้รับประทาน

ร้านที่ 4 VEGANERIE Concept – ร้านอาหารวีแกนยอดนิยมหลังสวนเบญจสิริที่รวมอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่มจากพืช
ความเป็นมาและแนวคิดของร้าน VEGANERIE
VEGANERIE เป็นแบรนด์ร้านอาหารวีแกนที่มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ โดยนำเสนออาหารจากพืชในรูปแบบที่เข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม
สำหรับภาคนี้ เราจะพาไปรู้จัก VEGANERIE Concept สาขาพร้อมพงษ์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสุขุมวิท 24 ด้านหลังสวนเบญจสิริ
ร้านมีแนวคิดสำคัญคือการนำอาหารวีแกนมาอยู่ในรูปแบบร้านอาหารและคาเฟ่ร่วมสมัย
จุดเด่นคือไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับอาหารคาว แต่ยังมีขนมหวาน เบเกอรี ไอศกรีม และเครื่องดื่มจากพืช
ความหลากหลายดังกล่าวทำให้ VEGANERIE Concept เป็นร้านที่เหมาะกับทั้งผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเป็นมื้อและผู้ที่ต้องการแวะพักรับประทานของหวาน
สำหรับผู้ที่กำลังค้นหา ร้านอาหารเจยอดนิยม ในกรุงเทพฯ ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มอาหารวีแกน แต่ควรตรวจสอบส่วนผสมหากถือศีลกินเจอย่างเคร่งครัด
จุดเด่น – อาหารวีแกนที่มีทั้งความอร่อยและความสร้างสรรค์
สิ่งที่ทำให้ VEGANERIE Concept แตกต่างจาก ร้านอาหารเจ แบบดั้งเดิมคือการนำอาหารตะวันตกและอาหารไทยมาปรับเป็นสูตรจากพืช
ตัวอย่างเช่น เบอร์เกอร์สามารถใช้โปรตีนจากพืชหรือเห็ดแทนเนื้อสัตว์
อาหารประเภทพาสต้าสามารถใช้ซอสจากถั่วหรือวัตถุดิบจากพืชแทนผลิตภัณฑ์นม
ส่วนขนมหวานสามารถใช้นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ หรือกะทิแทนนมวัว
นอกจากนี้ ร้านยังมีเมนูที่ผสมผสานอาหารไทยกับอาหารตะวันตก เช่น ส้มตำเสิร์ฟคู่กับของทอดจากพืช
การสร้างสรรค์เมนูในลักษณะนี้ทำให้อาหารวีแกนมีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ไม่เคยรับประทานอาหารจากพืชมาก่อน
บรรยากาศภายในร้าน
VEGANERIE Concept มีภาพลักษณ์เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ร่วมสมัย
ทำเลใกล้สวนเบญจสิริช่วยให้ร้านมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมพักผ่อนในย่านพร้อมพงษ์
ผู้ที่มาเดินเล่นหรือออกกำลังกายบริเวณสวนสามารถเลือกแวะรับประทานอาหารได้
บรรยากาศเหมาะกับการนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนหรือครอบครัว
นอกจากนี้ ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพอาหารและขนมหวานที่มีสีสันสวยงาม
เมนูยอดนิยมพร้อมราคา
เมนูและราคาอ้างอิงจากรายการร้านอาหาร ได้แก่
- Fruity Glory Pancakes ประมาณ 245 บาท
- Crunchy Monkey Smoothie Bowl ประมาณ 290 บาท
- Death by Chocolate Sundae ประมาณ 195 บาท
- Caesar Wrap ประมาณ 225 บาท
- Banoffee Pie ประมาณ 135 บาท
- Chocolate Banana Waffles ประมาณ 195 บาท
- Som Tam & Fried Chicken ประมาณ 250 บาท
- Kimchi Dumplings ประมาณ 195 บาท
- Blueberry Cheese Pie ประมาณ 155 บาท
- Vegan Mac & Cheese ประมาณ 260 บาท
ราคาเหล่านี้เป็นราคาอ้างอิงจากรายการที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มร้านอาหาร อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา
สำหรับผู้ที่ชอบของหวาน แนะนำ Fruity Glory Pancakes หรือ Chocolate Banana Waffles
ส่วนผู้ที่ต้องการอาหารคาวสามารถเลือก Som Tam & Fried Chicken หรือ Caesar Wrap
อย่างไรก็ตาม เมนูบางรายการมีหัวหอม กระเทียม หรือส่วนผสมอื่นที่ไม่ตรงกับข้อปฏิบัติการกินเจ จึงควรตรวจสอบก่อนสั่ง
จุดเช็กอินของร้าน
จุดเช็กอินสำคัญคือบรรยากาศร้านและอาหารที่มีสีสันสวยงาม
ขนมหวานประเภทแพนเค้ก วาฟเฟิล และสมูทตี้โบวล์เหมาะกับการถ่ายภาพ
นอกจากนี้ ยังสามารถเดินเที่ยวสวนเบญจสิริหรือศูนย์การค้าในย่านพร้อมพงษ์ต่อได้
การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ
ใช้ BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์
จากนั้นเดินไปยังบริเวณสวนเบญจสิริและเข้าสู่พื้นที่สุขุมวิท 24 ด้านหลังสวน
ร้านอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางโดยไม่ใช้รถส่วนตัว
การเดินทางด้วยรถส่วนตัว
ใช้ถนนสุขุมวิทเข้าสู่ซอยสุขุมวิท 24
จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณด้านหลังสวนเบญจสิริ
ควรตรวจสอบที่จอดรถของร้านและอาคารใกล้เคียงก่อนเดินทาง
โดยสรุป VEGANERIE Concept เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม ร้านอาหารเจยอดนิยม และร้านอาหารวีแกนร่วมสมัย เพราะมีทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่มจากพืชในบรรยากาศคาเฟ่

ร้านที่ 5 Vistro – ร้านอาหารวีแกนร่วมสมัยสุขุมวิท 24 ที่นำอาหารนานาชาติมาสร้างสรรค์เป็นเมนูจากพืช
ความเป็นมาและแนวคิดของร้าน Vistro
Vistro เป็นร้านอาหารวีแกนและคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24
ร้านมีแนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่ออาหารจากพืช โดยนำเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัยมาสร้างสรรค์เมนูที่มีรสชาติหลากหลาย
เว็บไซต์ทางการระบุว่าร้านได้รับรางวัลด้านอาหาร Plant-Based ในประเทศไทยจาก Root The Future ในปี 2020 และ 2021
สิ่งที่ทำให้ Vistro น่าสนใจคือการนำอาหารจากหลายประเทศมาประยุกต์เป็นเมนูวีแกน ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารอินเดีย อาหารเม็กซิกัน หรืออาหารตะวันตก
สำหรับผู้ที่กำลังค้นหา ร้านอาหารเจยอดนิยม แต่ต้องการทดลองอาหารจากพืชในรูปแบบใหม่ Vistro เป็นร้านที่เหมาะกับการเปิดประสบการณ์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นร้านวีแกน เมนูบางรายการมีหัวหอม กระเทียม หรือส่วนผสมที่ไม่ตรงกับข้อปฏิบัติการกินเจ จึงควรสอบถามก่อนสั่ง
จุดเด่น – อาหารวีแกนที่เน้นรสชาติและเทคนิคการปรุง
จุดเด่นของ Vistro คือการนำวัตถุดิบจากพืชมาใช้สร้างอาหารที่มีเนื้อสัมผัสและรสชาติซับซ้อน
ตัวอย่างเช่น Smashin’ Samosas เป็นอาหารว่างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารอินเดีย ใช้มันฝรั่งและถั่วลันเตาเป็นส่วนประกอบหลัก
Vistro Sushi ใช้เห็ดแผงคอสิงโตและหน่อไม้ฝรั่งเทมปุระสร้างเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากซูชิทั่วไป
ส่วน Katsu Curry เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ใช้ชิ้นโปรตีนจากพืชแทนเนื้อสัตว์
ความหลากหลายนี้ทำให้ร้านเหมาะกับผู้ที่ต้องการทดลองอาหารจากพืชในรูปแบบที่แตกต่างจากอาหารเจแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ ร้านยังมีอาหารประเภทสลัด พาสต้า พิซซ่า และของหวาน
บรรยากาศภายในร้าน
Vistro มีภาพลักษณ์เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ร่วมสมัย
ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีร้านอาหาร คาเฟ่ และอาคารพักอาศัยจำนวนมาก
บรรยากาศเหมาะกับการรับประทานอาหารกับเพื่อนหรือครอบครัว
นอกจากนี้ ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการทดลองอาหารวีแกนหลายประเภทในมื้อเดียว
ร้านมีพื้นที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม โดยข้อมูลเว็บไซต์ทางการระบุว่ามีบริการอาหารเช้าบริเวณชั้นล่าง และพื้นที่คาเฟ่กับร้านอาหารในชั้นบน
เมนูยอดนิยมพร้อมราคา
รายการเมนูและราคาจากเว็บไซต์ทางการ ได้แก่
- Smashin’ Samosas ประมาณ 305 บาท
- Zatar Fried Chick’n ประมาณ 290 บาท
- Vistro Sushi ประมาณ 350 บาท
- Spicy Chick’n Roll ประมาณ 340 บาท
- Summer Rolls ประมาณ 260 บาท
- Miang Kham Salad ขนาดเล็กประมาณ 240 บาท และขนาดใหญ่ประมาณ 290 บาท
- Samurai Salad ประมาณ 230–290 บาท
- Katsu Curry ประมาณ 340 บาท
- Truffle Flatbread Pizza ประมาณ 330 บาท
- Freedom Falafel ประมาณ 290 บาท
- Burrito Bowl ประมาณ 290 บาท
- Truffle Cream Fettuccine ประมาณ 360 บาท
ราคาข้างต้นเป็นราคาที่แสดงในเมนูออนไลน์ และเว็บไซต์ร้านระบุว่าอาจมีค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่มาครั้งแรก แนะนำ Vistro Sushi หรือ Katsu Curry เพราะสะท้อนความสร้างสรรค์ของอาหารวีแกนร่วมสมัยได้ดี
ส่วนผู้ที่ชอบอาหารประเภทสลัดสามารถเลือก Miang Kham Salad ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเมี่ยงคำไทย
จุดเช็กอินของร้าน
จุดเด่นในการถ่ายภาพคืออาหารที่มีการจัดจานร่วมสมัย
เมนูซูชิ สลัด และพาสต้าเหมาะกับการถ่ายภาพเพื่อบันทึกประสบการณ์การรับประทานอาหาร
นอกจากนี้ ยังสามารถเดินเที่ยวคาเฟ่และร้านค้าในย่านสุขุมวิท 24 ต่อได้
การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ
ใช้ BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์
จากนั้นเดินหรือต่อรถระยะสั้นเข้าสู่ซอยสุขุมวิท 24 ไปยังร้าน Vistro
ควรตรวจสอบตำแหน่งร้านก่อนเดินทางเพื่อเลือกเส้นทางที่สะดวกที่สุด
การเดินทางด้วยรถส่วนตัว
ใช้ถนนสุขุมวิทเข้าสู่ซอยสุขุมวิท 24
เนื่องจากพื้นที่มีการจราจรหนาแน่นในบางช่วงเวลา ควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสอบที่จอดรถก่อนออกเดินทาง
โดยสรุป Vistro เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม ร้านอาหารเจยอดนิยม และร้านอาหารวีแกนร่วมสมัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทดลองอาหารนานาชาติจากพืชที่มีความสร้างสรรค์และหลากหลาย
เลือกร้านอาหารเจยอดนิยมในกรุงเทพฯ อย่างไรให้เหมาะกับงบประมาณและความต้องการ
การเลือก ร้านอาหารเจยอดนิยม ไม่ควรพิจารณาเพียงชื่อเสียงหรือจำนวนรีวิว แต่ควรคำนึงถึงรูปแบบอาหาร งบประมาณ และความสะดวกในการเดินทางด้วย
หากต้องการอาหารไทยจากพืชที่มีเรื่องราวและประวัติความเป็นมายาวนาน May Kaidee เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
หากต้องการอาหารนานาชาติในบรรยากาศผ่อนคลายใกล้ถนนข้าวสาร Ethos เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสม
สำหรับผู้ที่ชอบอาหารไทยมังสวิรัติ คุณเชิญ อิน ไวท์ มีเมนูที่คุ้นเคยและรับประทานง่าย
ส่วนผู้ที่ชอบคาเฟ่และขนมหวานจากพืช VEGANERIE Concept มีความหลากหลายทั้งอาหารคาวและของหวาน
ขณะที่ Vistro เหมาะกับผู้ที่ต้องการอาหารวีแกนร่วมสมัยและอาหารนานาชาติที่มีการจัดจานสร้างสรรค์
นอกจากนี้ ควรพิจารณางบประมาณต่อมื้อด้วย
ร้านอาหารในย่านสุขุมวิทบางแห่งมีราคาสูงกว่าร้านอาหารในย่านเมืองเก่า เนื่องจากต้นทุนทำเล วัตถุดิบ และรูปแบบการบริการที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ราคาที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าอาหารจะเหมาะกับทุกคนเสมอไป
ผู้ที่ต้องการอาหารจานเดียวราคาประหยัดอาจเหมาะกับร้านอาหารเจแบบดั้งเดิม
ส่วนผู้ที่ต้องการประสบการณ์รับประทานอาหารร่วมสมัยอาจเลือกคาเฟ่หรือร้านอาหารวีแกนที่มีเมนูหลากหลาย
ดังนั้น การเลือก ร้านอาหารเจ ที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งราคา ปริมาณอาหาร ความสะดวก และข้อกำหนดเรื่องส่วนผสม
อาหารเจ อาหารมังสวิรัติ และอาหารวีแกนแตกต่างกันอย่างไร
แม้หลายคนจะใช้คำว่าอาหารเจ อาหารมังสวิรัติ และอาหารวีแกนแทนกัน แต่ทั้งสามรูปแบบมีข้อแตกต่างที่ควรทำความเข้าใจ
อาหารเจตามธรรมเนียมจีนโดยทั่วไปหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมถึงผักกลิ่นฉุนบางชนิดตามข้อปฏิบัติที่ยึดถือ
อาหารมังสวิรัติบางประเภทอาจรับประทานไข่หรือนมได้
ส่วนอาหารวีแกนหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แต่สามารถใช้หัวหอมและกระเทียมได้
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญเมื่อเลือกรับประทานอาหารในร้านอาหารจากพืช
ตัวอย่างเช่น พาสต้าวีแกนอาจไม่มีเนื้อสัตว์ นม หรือชีสจากสัตว์ แต่มีการใช้กระเทียมเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
อาหารอินเดียบางประเภทอาจมีหัวหอมเป็นส่วนประกอบหลัก
ขณะที่ขนมหวานมังสวิรัติบางรายการอาจมีนมหรือไข่
ดังนั้น ผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเจอย่างเคร่งครัดควรสอบถามพนักงานก่อนสั่งทุกครั้ง
การเลือก ร้านอาหารเจยอดนิยม จึงควรพิจารณาไม่เพียงชื่อร้าน แต่รวมถึงรายละเอียดของเมนูและวิธีปรุงอาหารด้วย
บทสรุป 5 ร้านอาหารเจยอดนิยมในกรุงเทพฯ ภาค 2 – เปิดโลกความอร่อยจากพืชที่หลากหลายกว่าที่คิด
การเดินทางตามหา ร้านอาหารเจยอดนิยม ในกรุงเทพฯ ภาคที่สอง ทำให้เห็นว่าอาหารจากพืชไม่ได้มีรูปแบบจำกัดอยู่เพียงอาหารเจแบบจีนดั้งเดิมอีกต่อไป
ปัจจุบันร้านอาหารจากพืชสามารถนำเสนออาหารไทย อาหารอินเดีย อาหารตะวันออกกลาง อาหารญี่ปุ่น และอาหารตะวันตกได้อย่างหลากหลาย
May Kaidee แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของอาหารไทยจากพืชที่เชื่อมโยงกับการเรียนรู้และการถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหาร
Ethos สะท้อนความหลากหลายของอาหารมังสวิรัติและวีแกนจากหลายประเทศในบรรยากาศผ่อนคลาย
คุณเชิญ อิน ไวท์ แสดงให้เห็นว่าอาหารไทยที่คุ้นเคยสามารถนำมาปรับเป็นอาหารมังสวิรัติได้อย่างน่าสนใจ
VEGANERIE Concept ทำให้อาหารวีแกนกลายเป็นประสบการณ์ที่มีทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่ม
ส่วน Vistro สะท้อนความสร้างสรรค์ของอาหาร Plant-Based ที่นำเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัยมาสร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสใหม่ ๆ
สิ่งสำคัญคือการเลือกร้านอาหารจากพืชควรพิจารณาให้เหมาะกับความต้องการของผู้รับประทาน
สำหรับผู้ถือศีลกินเจอย่างเคร่งครัด ควรตรวจสอบส่วนผสมและวิธีปรุงอาหารก่อนสั่ง
สำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ การเลือกร้านอาหารวีแกนหรือมังสวิรัติสามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้
นอกจากนี้ การรับประทานอาหารจากพืชควรคำนึงถึงความหลากหลายของสารอาหาร โดยเลือกรับประทานผัก ถั่ว เต้าหู้ ธัญพืช และผลไม้ให้เหมาะสม
ท้ายที่สุด การค้นหา ร้านอาหารเจ ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกร้านอาหารสำหรับหนึ่งมื้อ แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมอาหาร ทดลองรสชาติใหม่ และเปิดมุมมองเกี่ยวกับการรับประทานอาหารจากพืช
กรุงเทพฯ ยังมี ร้านอาหารเจยอดนิยม อีกมากมายที่รอให้ค้นพบ และแต่ละร้านต่างมีเรื่องราวที่น่าสนใจแตกต่างกัน
Q&A 5 คำถามเกี่ยวกับร้านอาหารเจยอดนิยมในกรุงเทพฯ
ร้านอาหารเจยอดนิยมในกรุงเทพฯ ภาค 2 มีร้านไหนน่าสนใจบ้าง?
ร้านที่น่าสนใจ ได้แก่ May Kaidee ย่านสามเสน, Ethos Vegetarian & Vegan Restaurant ย่านถนนตะนาว, คุณเชิญ อิน ไวท์ ย่านเอกมัย, VEGANERIE Concept ย่านพร้อมพงษ์ และ Vistro ย่านสุขุมวิท 24
แต่ละร้านมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ทั้งอาหารไทย อาหารมังสวิรัติ อาหารวีแกน และอาหารนานาชาติจากพืช
หากต้องการร้านอาหารเจที่มีอาหารไทยรสชาติคุ้นเคยควรเลือกร้านไหน?
May Kaidee และคุณเชิญ อิน ไวท์ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ชอบอาหารไทย
ทั้งสองร้านมีเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารไทย เช่น ผัดไทย แกงไทย และอาหารจากผักหรือเห็ด
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบส่วนผสมหากต้องการรับประทานอาหารเจอย่างเคร่งครัด
หากต้องการร้านอาหารเจที่มีขนมหวานวีแกนควรเลือกร้านไหน?
VEGANERIE Concept เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีขนมหวานจากพืชหลากหลาย เช่น แพนเค้ก วาฟเฟิล และสมูทตี้โบวล์
Ethos ก็มีขนมหวานวีแกน เช่น Apple Crumble และเค้กช็อกโกแลต
ร้านอาหารเจที่เดินทางด้วย BTS สะดวกมีร้านไหนบ้าง?
VEGANERIE Concept และ Vistro สามารถเดินทางโดย BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์
ส่วนคุณเชิญ อิน ไวท์ สามารถใช้ BTS ลงสถานีเอกมัย แล้วเดินหรือต่อรถระยะสั้น
สำหรับร้านในย่านพระนคร อาจต้องใช้ MRT ร่วมกับรถโดยสารหรือรถรับจ้าง
ถ้าเพิ่งเริ่มรับประทานอาหารเจควรเลือกเมนูอะไรและต้องระวังเรื่องใดบ้าง?
ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถเลือกอาหารที่คุ้นเคย เช่น ผัดไทยเจ ข้าวผัดเจ ต้มยำเห็ด ผัดผักรวม หรือแกงไทยที่ปรับเป็นสูตรเจ
ควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย โดยมีทั้งแหล่งโปรตีนจากพืช ผัก และธัญพืช
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเครื่องปรุงที่อาจมีส่วนผสมจากสัตว์ เช่น น้ำปลา ซอสหอยนางรม และน้ำซุปกระดูก
สำหรับผู้ถือศีลกินเจอย่างเคร่งครัด ควรสอบถามเรื่องกระเทียม หัวหอม และเครื่องแกงด้วย
เมื่อเข้าใจส่วนประกอบของอาหารมากขึ้น การรับประทานอาหารเจก็จะเป็นเรื่องง่ายและสามารถปรับให้เหมาะกับชีวิตประจำวันได้